เบล

    ความสัมพันธ์ระหว่างแกเร็ธ เบลและรีล มาดริดเริ่มยกระดับความบาดหมางแรงขึ้นไปอีกระดับ เมื่อปีกชาวเวลส์ทำการเฉลิมฉลองดีใจหลังจากที่ทีมมังกรแดงสามารถผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายในศึกชิงแชมป์ยุโรป2020ที่โปรตุเกสได้สำเร็จ ด้วยการเริงร่าผ่านธงชาติเวลส์ที่มีข้อความเย้ยหยันราชันย์ชุดขาวจนกลายเป็นภาพที่สร้างความไม่พอใจให้กับแฟนบอลรีล มาดริดเป็นอย่างมาก

    ในช่วงเบรกทีมชาติเดือนพฤศจิกายนแกเร็ธ เบลได้ให้เปิดเผยความรู้สึกอันน่าประหลาดใจเมื่อเค้ายืนยันว่าให้ความสำคัญกับทีมชาติเวลส์เป็นอันดับแรกรองลงมาก็คือกีฬากอล์ฟและต้นสังกัดรีล มาดริดคือสิ่งที่เค้าให้ความสำคัญเป็นอันดับสุดท้าย ซึ่งข้อความเชิงสัญลักษณ์ดังกล่าวก็ไปปรากฎบนธงชาติเวลส์ที่เจ้าตัวใช้ในการเฉลิมฉลองกับเพื่อนๆหลังเกมที่เบลสวมปลอกแขนกัปตันทีมพาทัพมังกรแดงเอาชนะฮังการีไป2-0 จนเป็นการการันตีว่าพวกเค้าจะได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายในศึกยูโร2020ช่วงกลางปีหน้าอย่างแน่นอนแล้ว

    โดยชนวนเหตุของความร้าวฉานในครั้งนี้ก็เป็นเหตุต่อเนื่องมาจากการที่เจ้าตัวโดนซีนาดีน ซีดานกีดกันออกจากทีมชุดใหญ่โดยอ้างว่ามีอาการบาดเจ็บจึงทำให้เบลไม่ได้ลงเล่นให้กับรีล มาดริดเลยมาตั้งแต่เดือนธันวาคม แต่ทีมชาติเวลส์ก็ยังเรียกตัวเค้ามาติดธงและมีชื่อออกสตาร์ทเป็นตัวจริงมาโดยตลอด จนทำให้เจ้าตัวออกโรงประชดประชันต้นสังกัดที่ไม่ให้ความสำคัญกับตัวเองเท่าที่ควร

เบล เป็นเป้าโจมตีสื่อสเปนทั้งเรียกร้องให้ชุดขาวลงโทษทางวินัย

    หลังเหตุการณ์ชูธงหยามรีล มาดริดในครั้งนี้ทำให้สื่อดังในสเปน(มาร์ก้า)ลงข่าวตำหนิพฤติกรรมของแกเร็ธ เบลอย่างหนัก และเรียกร้องให้ซีนาดีน ซีดานลงดาบกับการกระทำอันขาดความเคารพต่อสโมสรต้นสังกัดอีกด้วย(รับค่าเหนื่อยก้อนโตจากรีล มาดริดแต่กลับประกาศว่ากระหายที่จะเล่นให้ทีมชาติเวลส์มากกว่า ซะงั้น!)

     อย่างไรก็ตามดูเหมือนท่าที่จากซีนาดี ซีดานจะไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากกุนซือชาวฝรั่งเศสมองว่าข้อความบนธงเจ้าปัญหานั้นไม่ใช่คำหยาบคายใดๆแต่เป็นคำเปล่าๆที่ถูกตีความกันไปเองจึงไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะกล่าวโทษปีกจรวดวัย30กะรัตรายนี้ได้ อีกทั้งต่อให้ไม่โดนลงดาบทางวินัยแกเร็ธ เบลก็แทบจะไม่มีส่วนร่วมกับทีมชุดใหญ่ของรีล มาดริดอยู่แล้ว โดยมีความเป็นไปได้สูงที่เบลจะย้ายจากถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาบิวในช่วงหลังปีใหม่ โดยมีความสนใจจากทั้งแมนยู,สเปอร์ส และอีกหลายทีมจากไชนีส ซุปเปอร์ลีก

หงส์เเดง

     สาวกเดอะค็อปคงทราบกันดีว่าเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมาลิเวอร์พูลก็แทบจะไม่ได้จ่ายเงินเสริมทัพเท่าไหร่นัก ซึ่งแท้ที่จริงแล้วทั้งหมดเป็นหมากที่เจอร์เกน คล็อปป์วางไว้นั่นคือเค้าต้องการรวบรวมงบประมาณให้เป็นก้อนใหญ่แล้วเซ็นสัญญากับนักเตะระดับบิ๊กดีลเพียงรายเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ คีลิยัน เอ็มปั๊ปเป้ หัวหอกตัวเก่งของปารีส แซงต์ แชร์กแมงนั่นเอง

     คีลิยัน เอ็มปั๊ปเป้ ได้รับความสนใจจากทีมอย่างรีล มาดริด และบาเซโลน่ามาโดยตลอด ทว่าแหล่งข่าวในอังกฤษระบุว่ายักษ์ใหญ่แห่งแดนกระทิงคงยังไม่มีปัญญาที่จะเซ็นดาวยิงวัย20กะรัตในช่วงเดือนมกราคมนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากต่างสูญเงินกับการเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์ไปแล้ว ทำให้ไม่อาจรับข้อเสนอที่มีมูลค่ามากกว่า200ล้านปอนด์ของเอ็มปั๊ปเป้ได้ ต่างกับลิเวอร์พูลที่ดูเหมือนจะอั้นงบประมาณไว้สำหรับดีลนี้โดยเฉพาะ

     ร่ำลือกันว่าลิเวอร์พูลพร้อมยื่นเม็ดเงิน215ล้านปอนด์ให้กับเปเอสเชพิจารณาทันทีในช่วงเดือนมกราคม เนื่องจากเจอร์เกน คล็อปป์ต้องการตัวเอ็มปั๊ปเป้มาช่วยกรุยทางคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกให้จงได้นั่นเอง

คล็อปป์ยัน หงส์เเดง สนใจปั๊ปเป้แต่ต้องตัดใจเพราะไม่มีตังค์

      คีลิยัน เอ็มปั๊ปเป้ก้าวขึ้นมาจากทีมเยาวชนของโมนาโกและคว้าแชมป์ลีกเอิง(กับโมนาโก)ได้ตั้งอายุเพียง16ปีเท่านั้น ก่อนจะย้ายมายกระดับฝีเท้ากับปารีส แซงต์ แชร์กแมงจนทำให้เจ้าตัวมีสถิติยิงรวมกัน69ประตูทำทาง36แอสซิสต์จากการลงเล่นไปเพียง98เกม จากผลงานดังกล่าวก็ทำให้ลิเวอร์พูลกลายเป็นอีกทีมที่อยากได้ตัวมาร่วมทีม

       “ ไม่มีผู้จัดการทีมคนไหนไม่อยากร่วมงานกับเค้าหรอก เค้าคือเด็กมหัศจรรย์ ผมเองเป็นหนึ่งในนั้นแน่นอน เค้าจะช่วยยกระดับการเล่นให้กับทุกทีมที่ย้ายไปอย่างไม่ต้องสงสัย แต่…เราต้องอยู่กับความจริง เม็ดเงินระดับ200ล้านปอนด์มันห่างไกลความเป็นไปได้สำหรับลิเวอร์พูล ผมไม่คิดว่าเราจะได้เซ็นสัญญากับเค้า ”

      เจอร์เกน คล็อปป์ยังได้บอกอีกว่าสนนราคาดังกล่าวไม่ใช่เพียงลิเวอร์พูลเท่านั้นเค้ายังมองไม่เห็นเลยว่าจะมีสโมสรไหนที่จะทำการเจรจาดีลนี้กับทีมแชมป์ลีกเอิงได้ “ ผมคิดว่ามันเป็นราคาที่ตั้งไว้เพื่อไล่ทีมที่สนใจให้หนีหายออกไป มันไม่ใช่แค่เราหรอกที่ต้องเดินหนี ผมว่าทีมอื่นๆก็คงไม่ต่างกัน สำหรับตลาดช่วงหน้าหนาวเม็ดเงินระดับนี้มีไว้ลองใจว่าคุณกล้าพอไหมละ? ถ้ากล้าพอเราก็มาคุยกัน ”

บัลเบเด้

   ผลงานของบาเซโลน่าในสองเกมหลังสุดนั้นถือว่ากลับมาวิกฤตอีกครั้งเมื่อพวกเค้าไม่ชนะใครเลย โดยเฉพาะเกมยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกนัดล่าสุดที่บาซ่าได้ลงเล่นในคัมป์นูแต่ก็ไม่อาจทำยิงประตูสลาเวีย ปรากได้เลยจนผลสกอร์ลงเอยที่แบ่งแต้มกันไปอย่างน่าเบื่อ ซึ่งไม่เพียงแค่แฟนบอลเจ้าบุญทุ่มเท่านั้นไม่แฮปปี้ เพราะรองกัปตันทีมอย่างเคราร์ด ปิเก้ก็ยังออกมาตำหนิเพื่อนร่วมทีมว่าเล่นกันอย่างไร้ไอเดียแบบสุดๆ

   บาเซโลน่าสร้างโอกาสยิงทั้งหมด12ครั้งในการดวลกับสลาเวีย ปรากทว่าพวกเค้าก็ไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นให้เป็นประตูได้เลย “ พวกเราเล่นลงเล่นกันอย่างเลื่อนลอย เราขาดแรงกระตุ้น แน่นอนปรากไม่อยากแพ้พวกเค้าตั้งรับได้อย่างยอดเยี่ยม ในขณะที่เราเองก็ดูไม่กระฉับกระเฉงอย่างเคย นั่นทำให้เราไม่มีสกอร์ในวันนี้ ”

   “ บาซ่าเคยมีมาตรฐานที่ดีกว่านี้ วันนี้เราทำได้อย่างน่าผิดหวัง การขาดผู้เล่นอย่างซัวเรสไปไม่ใช่ข้ออ้าง นักเตะของบาซ่ามีหน้าที่สำคัญคือการเอาชนะไม่ว่าสถานการณ์จะดีหรือแย่แค่ไหนก็ตาม เราต้องกลับมาให้เร็วที่สุด ” แนวรับวัย32กะรัตกล่าวกระตุ้นทีม

บัลเบเด้ อยู่ยากขึ้นเรื่อยๆเมื่อผลงานบาเซโลน่ายังไม่กระเตื้อง

    นับตั้งแต่เปิดฤดูกาลมาเฮอร์เนสโต้ บัลเบเด้ก็อยู่ภายใต้แรงกดดันมาตลอดเนื่องจากผลงานที่ไม่แน่นอน และผลงานการเสมอกับสลาเวีย ปรากนี้ในบ้านแม้ถือว่าไม่เลวร้ายเนื่องจากอันดับในตารางกล่มเอฟบาซ่าก็จะยังคงเป็นจ่าฝูงต่อไป แต่ในอีกแง่ก็กลายเป็นโอกาสที่จะทำให้ทั้งดอร์ทมุนด์และอินเตอร์ต่างยังมีหวังเข้ารอบด้วยกันทั้งคู่เมื่อแต้มในกลุ่มยังไม่ขาด และอินเตอร์ที่รั้งอันดับสามอยู่ในเวลานี้ก็จะได้เล่นเกมสุดท้ายในจูเซปเป้เมอัซซ่ารับมือกับบาซ่าอีกด้วย

     นอกจากโอกาสตกรอบในถ้วยยุโรปจะยังมีอยู่ ข่าวลือที่โรนัลด์ คูมันน์จะเข้ามารับหน้าที่ผู้จัดการทีมบาเซโลน่าคนใหม่ก็ดูจะไม่ส่งผลดีต่อการทำงานของบัลเบเด้เลย ยิ่งไปกว่านั้นยังมีข่าวลือจากฝั่งสเปนที่ระบุว่านักเตะในทีมบาเซโลน่าเองบางรายก็เริ่มที่จะหมดศรัทธาในตัวกุนซือคนปัจจุบันแล้ว เนื่องจากพวกเค้ามองว่าแท็กติกของบัลเบเด้นั้นไม่ดุดันเท่าที่ควร ว่ากันว่าแกนนำนักเตะที่พร้อมงัดข้อกับบัลเบเด้ก็มีเคราร์ด ปีเก้,อาตูโร่ วิดาล และอีวาน ราคิติชเป็นแกนนำนั่นเอง

เดสท์

   ในฐานะแฟนบอลถ้าเราถามคุณว่าทีมชาติฮอลแลนด์กับทีมชาติสหรัฐอเมริกาทีมไหนจะมีโอกาสคว้าแชมป์โลกได้มากกว่ากัน? แน่นอนว่าคำตอบเกินครึ่งก็ต้องเทใจไปยังทีมชาติฮอลแลนด์ ทว่าสำหรับฟูลแบ๊คดาวรุ่งของอาร์แจ๊ก อัมสเตอร์ดัมนามว่า เซอร์จิโอ้ เดสท์แล้วเค้ากลับมองว่าฟุตบอลลูกกลมๆทำไมทัพลุงแซมจะประสบความสำเร็จในเชิงลูกหนังระดับชาติกับเค้าไม่ได้แต่ทีเด็ดกว่าคือแบ็คขวาวัย18กะรัตรายนี้มีโอกาสที่จะได้เล่นให้ทีมชาติฮอลแลนด์ชุดใหญ่ทว่าเดสท์โอกาสนั้นแล้วเลือกรับใช้ทีมมะกันอย่างหน้าตาเฉย

    “ เหมือนผมเดินมาถึงทางแยก ทางหนึ่งก็เป็นโอกาสจากทีมชาติฮออแลนด์ประเทศที่สอนผมเล่นฟุตบอล อีกทางหนึ่งก็เป็นทีมชาติสหรัฐที่ให้โอกาสผมลงเล่นในระดับเยาวชนมาในทุกช่วงอายุ เมื่อผมทบทวนอย่างดีแล้วผมเลือกที่จะทำตามหัวใจตัวเองนั่นคือการขอรับใช้ทีมชาติสหรัฐ ผมได้อยู่ร่วมกับทีมชาติสหรับฯชุดเล็กมาอย่างต่อเนื่อง เราโตมาด้วยกันและผมมีความเชื่อมั่นว่าพวกเรา(ทีมชาติสหรัฐฯ)มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จตามแนวทางฟุตบอลของเราเอง ” เซอร์จิโอ้ เดสท์นักเตะที่เพิ่งก้าวขึ้นมารับใช้อาร์แจ๊ก อัมสเตอร์ดัมได้เพียง16นัดกล่าวอย่างมุ่งมั่น

เดสท์ หวังพัฒนาฝีเท้ากับอาร์แจ๊กเพื่อนำประสบการณ์ไปช่วยชาติ

    เซอร์จิโอ้ เดสท์ติดทีมชาติสหรัฐฯไล่เรียงมาตั้งชุดอายุต่ำกว่า17ปี และ20ปี กระทั่งเพิ่งจะติดทีมชาติชุดใหมญ่ในปีนี้(2019)หลังจากทำผลงานกับอาร์แจ๊ก อัมสเตอร์ดัมได้อย่างน่าประทับใจด้วยการทำทางให้เพื่อน4แอสซิสต์จากการลงเล่น9นัดในลีกดัตซ์ “ ผมพร้อมที่จะเรียนรู้และรับมือกับทุกอย่างที่ผ่านมาเข้ามา อาร์แจ็กมอบโอกาสที่วิเศษให้กับผม และผมต้องพิสูจน์ตัวเองให้ว่าผมคู่ควรที่จะได้รับมัน ผมมั่นใจว่าผมจะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ นั่นเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญเช่นกัน ผมอยากประสบความสำเร็จในระดับทีมชาติด้วย สหรัฐฯจะต้องเต็มที่ในทุกทัวร์นาเมนต์และตัวผมเองก็พร้อมที่จะทุ่มเททุกอย่างเพื่อช่วยทีม ” เดสท์ผู้เล่นหมายเลข28ของอาร์แจ็กพูดปลุกใจ

     ด้านเคร็ก เบอร์ฮอลเตอร์ผู้จัดการทัพมะกันก็ได้ออมาชื่นชมดาวรุ่งรายนี้เช่นกันที่ยอมปลงรับใช้ทีมชาติสหรัฐอเมริกา “ ผมประทับใจในทัศนคติของเซอร์จิโอ้อย่างมาก เค้าเป็นเด็กหนุ่มที่ซื่อสัตย์และจริงใจกับความต้องการของตัวเอง ที่เยี่ยมที่สุดคือเราได้นักเตะชั้นดีอย่างเค้ามาเป็นตัวเลือกในระดับทีมชาติ ผมเห็นด้วยกับเค้า(เซอร์จิโอ้ เดสท์)ทีมชาติสหรัฐฯจะพัฒนาได้อีกไกลในเจนเนอเรชั่นต่อไป ” เทรนเนอร์วัย46ปีตั้งเป้าหมาย

ฮาร์มันน์

    การได้มาซึ่งสตาร์อย่างฟิลิปเป้ คูตินโญ่ก็ทำให้แฟนบอลเสือใต้จำนวนไม่น้อยหัวใจพองโต ยิ่งเมื่อเจ้าตัวเริ่มมีชื่อทำสกอร์ และทำแอสซิสต์ให้เพื่อนขึ้นมาได้บ้างก็ยิ่งทำให้แฟนบอลส่วนใหญ่พร่ำเพ้อกันไปต่างๆนาๆว่าฟอร์มเทพของอดีตผู้เล่นลิเวอร์พูลกลับมาแล้ว ทว่าหลังจากผลงานในลีกของบาเยิร์น มิวนิคต้องสะดุดลงพร้อมสถิติการเสียประตูที่เลวร้าย3เกมหลังสุดพวกเค้าเสียถึง5ประตู จึงทำให้ดีทมาร์ ฮาร์มันน์อดีตกองกลางทัพอินทรีเหล็กต้องออกมาดักคอสาวกเสือใต้ว่าอย่าเพิ่งประเมินผลงานของคูตี้เกินจริงไปนัก เพราะเท่าที่เห็นดาวเตะแซมบ้ายังไม่ได้ทำผลงานแบบเป็นชิ้นเป็นอันได้เลย

     ดีทมาร์ ฮาร์มันน์ซึ่งเมื่อครั้งเป็นนักเตะก็เคยรับลิเวอร์พูลทีมเก่าของคูตินโญ่เช่นกัน ได้ออกมาตั้งแง่ว่าผลงานของคูตี้นั้นยังห่างไกลกลับคำว่ายอดเยี่ยมมากนัก “ คูตี้ปรับตัวได้ดีขึ้นบ้างเล็กน้อย แต่เราอย่าใช้ว่าโดดเด่นกับเค้าเชียว เค้ายังไม่ใกล้เคียงกับฟอร์มที่เคยทำได้ก่อนย้ายไปบาซ่าเลยซักนิด คูตี้ในตอนนี้ยังไม่ใช่คนที่จะกำหนดทิศทางเกมรุกให้กับบาเยิร์นได้อย่างเบล็ดเสร็จ ผมคิดว่าต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่เลยนะ อีกสิ่งหนึ่งที่เค้าต้องพัฒนาถ้าอยากสำเร็จที่นี่คือการเล่นเกมรับ เค้าต้องทำตัวให้มีประโยชน์เวลาที่ไม่มีบอลด้วย เห็นได้ชัดเลยว่าเค้ายังต้องแก้ไขอีกหลายจุด ” ฮาร์มันน์ในวัย46ปีวิเคราะห์ได้อย่างน่าสนใจ

ฮาร์มันน์ แย้งไม่ง่ายที่พี่เสือจะซื้อขาดหากคูตี้เล่นได้แค่นี้

   หลังผ่านการลงสนามไป10เกมจากทุกรายการ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ยิงไปแล้ว2ประตูพร้อมทำทางให้เพื่อนอีก4แอสซิสต์แม้ว่าจะเป็นผลงานที่ไม่เลว ทว่าดีทมาร์ ฮาร์มันน์กลับมองว่ายังถือว่าไม่เข้าตาถ้าเทียบกับความคาดหวังของบาเยิร์น มิวนิค “ บาเยิร์นทุ่มเทอย่างมากในการดึงตัวคูตี้มาจากบาเซโลน่า เพราะทีมคาดหวังอะไรที่แตกต่าง ฉะนั้นบอกเลยว่าแค่2ประตูกับ4แอสซิสต์ยังบอกอะไรไม่ได้ คูตี้ต้องสร้างมาตรฐานให้ตัวเองในระดับสมบูรณ์แบบหากคาดหวังว่าจะได้อยู่กับทีมแบบถาวร เค้าต้องจ่ายบอลทีเด็ดทีขาดให้ทีมบ่อยกว่านี้ และทำประตูให้ได้ซัก10ลูกขึ้นไป ”

   “ คูตี้เป็นยอดนักเตะเงื่อนไขซื้อขาดก็ไม่ใช่เงินน้อยๆ(120ล้านยูโร)คูตี้ต้องพาทีมประสบความสำเร็จแบบจับต้องได้เสียก่อนถึงจะไปคาดหวังจุดนั้น แต่สำหรับตอนนี้เค้าต้องตั้งหน้าตั้งตาเค้นฟอร์มให้ดียิ่งๆขึ้นไปให้ได้ ” อดีตมิดฟิลด์หงแดงกล่าวทิ้งท้าย

ยาดิม

    โมนาโกเริ่มต้นลีกเอิงฤดูกาล2019/20ด้วยการแพ้ย่อยยับต่อโอลิมปิคลียงถึง0-3จากนั้นฟอร์มพวกเค้าก็ดิ่งต่อเนื่องจนร่วงลงมาอยู่ในโซนท้ายตาราง ร้อนให้กุนซือเลโอนาโด้ ยาดิมต้องไปดึงตัวแนวรุกอย่างวิสซาม เบน เยดเดอร์ และอิสลาม สลิมานี่เข้ามาเสริมทัพในช่วงก่อนปิดตลาดซื้อขายผู้เล่น ภายหลังจากที่ใช้เวลาปรับตัวกับทีมอยู่พักใหญ่กระทั่งในเวลานี้ทั้งคู่เริ่มเข้าขารู้ใจช่วยทีมยิงได้อย่างต่อเนื่องจนพาโมนาโกหลุดโซนตกชั้นขึ้นมารั้งอันดับ14ในตารางลีกเอิงเป็นที่เรียบร้อย

    แม๊ตซ์ล่าสุดโมนาโกเปิดบ้านเฉือนแรนส์ไปอย่างสุดมันส์3-2ซึ่งหลังจบเกมกุนซือเลโอนาโด้ ยาดิมก็ได้เอ่ยชมผลงานของคู่หัวหอกวิสซาม เบน เยดเดอร์ และอิสลาม สลิมานี่ที่ต่างมีชื่อทำสกอร์กันทั้งคู่จากเกมนี้ “ ผมเชื่ออยู่เสมอว่าเรามีคู่กองหน้าที่สุดอันตราย พวกเค้า(เบน เยดเดอร์ และสลิมานี่)พิสูจน์ให้แฟนบอลได้เห็นแล้วผ่านชัยชนะในวันนี้ เบนเยดเดอร์ และสลิมานี่เริ่มเข้าขากันมากขึ้น มันเป็นงานยากที่จะหยุดพวกเค้า เราหวังว่าทั้งคู่จะสร้างความสุขให้พวกเราในทุกๆเกม ” ยาดิมเทรนเนอร์ผู้เคยพาโมนาโกเถลิงแชมป์ลีกน้ำหอมในซีซั่น2016/17กล่าวชื่นชม

โมนาโกจะแกร่งขึ้นกว่านี้อีกหากได้โกโลวินกลับมาช่วยปั้นเกม ยาดิม กล่าว

   เลโอนาโด้ ยาดิมยังได้กล่าวชมเชยผู้เล่นคนอื่นๆที่ช่วยกันอย่างเต็มที่ในเกมที่เอาชนะแรนส์3-2 “ พวกเรากลับมาได้เยี่ยม นี่คือปฏิกริยาที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงถ้าเทียบในเกมกับมงต์เปริเย่ร์(โมนาโกแพ้1-3) โมนาโกกระหายชัยชนะมากกว่า เราสู้ไม่ถอยในจังหวะที่เราตามหลัง1-2แต่เราก็ยังกลับมาได้มันเป็นโมเมนต์ที่ยอดเยี่ยม เราต้องรักษาทัศนคติทที่ยอดเยี่ยมเหล่านี้เอาไว้เพื่อที่จะกลับไปสู่ตำแหน่งที่เราต้องการ(พื้นที่ยุโรป) ”

   นอกจากนี้กุนซือชาวโปรตุเกสยังได้กล่าวเสริมอีกว่าโมนาโกจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นอีกถ้าได้ผู้เล่นตัวหลักกลับมา “ ผมพอใจกับเกมของเราในวันนี้ เราสู้ได้ดีแม้ว่าจะขาดผู้เล่นสำคัญไปหลายคนทั้งผู้เล่นบาดเจ็บและติดโทษแบน เรายังมองโลกในแง่ดียังเหลือเกมให้เราเล่นอีกมาก ผมมั่นใจว่าหากทีมเราได้ผู้เล่นตัวหลักกลับมาพร้อมหน้าเรามีดีพอที่จะทำอันดับไปเตะถ้วยยุโรปนั่นคือเป้าหมายของเรา ” ยาดิมกล่าวอย่างมีความหวัง โดยในเวลานี้โมนาโกลงเล่นไปแล้ว10เกมแต่มีเพียง12คะแนน อย่างไรก็ดีพวกเค้ายังมีโอกาสที่จะกลับไปลุ้นหัวตารางเนื่องจากโอลิมปิค มาร์กเซยทีมอันดับ4ที่(ได้สิทธิไปเตะถ้วยยูโรป้าลีกส์)มีเพียง16คะแนน ซึ่งห่างกับพวกเค้าเพียง4แต้มเท่านั้น

แอร์กน็องเดซ

    ทั้งที่เพิ่งจะเกิดความเปลี่ยนแปลงในถิ่นซาน ซิโร่ไม่นาน เมื่อมาร์โก้ จามเปาโลโดนอัปเปหิไปแล้วเปิดทางให้สเตฟาโน่ ปิโอลี่ได้เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมแทนที่ ทว่าฟูลแบ็คตัวเก่งอย่าง เตโอ แอร์กน็องเดซ ก็เริ่มทำการอวยเจ้านายคนใหม่ทันที ด้วยการชื่นชมว่านี่คือผู้ที่จะมาชุบชีวิตให้กับปีศาจแดงดำอย่างแท้จริง และแฟนบอลรอสโซเนรี่จะหลงรักสเตฟาโน่ ปิโอลี่อย่างแน่นอน

     เมื่อมิลานประกาศแต่งตั้งสเตฟาโน่ ปิโอลี่เข้ามาบทบาทกุนซือก็ได้มีแฟนบอลจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกว่ากุนซือรายใหม่นี้มือไม่ถึง ซึ่ง เตโอ แอร์กน็องเดซ ได้ออกมาค้านในเรื่องนี้ “ สเตฟาโน่ ปิโอลี่มีมุมมองที่ยอดเยี่ยม ตอนพบปะลูกทีมครั้งแรกเค้าบอกกับพวกเราอย่างชัดเจนว่าเราอยู่จุดไหน?อะไรที่เค้าต้องการ? เค้าย้ำว่าแฟนบอลมิลานกำลังไม่มีความสุขหน้าที่ของเราคือทำทุกวิถีทางที่จะทำให้แฟนบอลกลับมามีความสุขอีกครั้ง สำหรับผมเค้าคือโค้ชที่มีจิตวิทยาที่ดีมากถึงเราจะเพิ่งได้ร่วมกันเป็นครั้งแรกที่นี่ก็ตาม ”

     “ เค้ามีความเชื่อมั่นในนักเตะแต่พวกเราต้องทำงานกันให้หนัก เป้าหมายของมิลานคือการกลับไปเล่นยูซีแอล ปิโอลี่กับผมเห็นตรงกันว่าศักยภาพในทีมเราสามารถไปสู่จุดนั้นได้ ”แบ๊คซ้ายวัย21ปีกล่าวอย่างเชื่อมั่น

แอร์กน็องเดซ ย้ำมามิลานเพราะเชื่อมั่นทีมกลับมาเด่นได้อีกครั้ง

     แม้ว่าหลายปีที่ผ่านมามิลานจะไม่ได้อยู่ในกลุ่มหัวตารางกัลโช่อีกแล้ว ทว่าในอดีตปีศาจแดงดำแห่งอิตาลี่คือทีมระดับลุ้นแชมป์ทั้งในประเทศและเวทียุโรป ซึ่ง เตโอ แอร์กน็องเดซ ยอมเซ็นสัญญากับทีมเนื่องจากต้องการพาทีมกลับไปสู่จุดที่ควรจะเป็นให้ได้  “ ผมย้ายมาเล่นในประเทศที่แตกต่าง เพราะผมเชื่อมั่นในมิลาน นี่คือสโมสรที่เป็นสัญลักษณ์ฟุตบอล แม้ทีมจะผลงานไม่เปรี้ยงป้างเหมือนเก่าแต่มันก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไร มิลานยังคงเป็นสโมสรที่มีสเน่ห์ มีประวัติศาสตร์สโมสรที่น่าหลงไหล ผมพร้อมทำงานหนักเพื่อพามิลานกลับไปสู่กลุ่มลุ้นแชมป์ลีกอีกครั้ง ”

   โดยดาวเตะชาวฝรั่งเศสกำลังเตรียมตัวที่จะช่วยทีมรับมือกับเลชเช่ในสุดสัปดาห์นี้ “ มันเป็นย่างก้าวที่สำคัญ ถ้าเราชนะได้มันคงเป็นการเริ่มต้นที่ดี ผมเชื่อมั่นว่าเราจะทำมันได้ มันจะเป็นก้าวแรกอันนำไปสู่การกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งของเอซี มิลาน ” เตโอ แอร์กน็องเดซเจ้าของค่าตัว20ล้านยูโร(ย้ายมาจากรีล มาดริด)กล่าวอย่างมีหวัง

รีลมาดริด

   แม้ว่าสถานการณ์ของคริสเตียน เอริคเซ่นดาวเตะคนสำคัญของสเปอร์สกำลังจะนับถอยหลังเพื่อเข้าสู่การรอเซ็นสัญญาด้วยกฏบอสแมน นั่นจะทำให้ทีมใหม่ที่ได้ตัวมิดฟิลด์ชาวเดนมาร์กไปไปนั้นจะไม่ต้องเสียค่าตัวให้สเปอร์ส แต่กระนั้นก็จะต้องรอถึงช่วงซัมเมอร์หน้า(2020)จึงจะได้ตัวนักเตะไปใช้งาน ซึ่งการรอใช้งานอีกกว่าครึ่งปีนั้นมันยาวนานเกินไปและมันขัดใจยอดทีมอย่างรีล มาดริดที่ตั้งหน้าตั้งตารอจีบเอริคเซ่นมาแล้วพักใหญ่ จนมีรายงานจากสเปนยืนยันว่าราชันย์ชุดขาวจะยื่นข้อเสนอให้ไก่เดือยทองพิจารณาในช่วงปีใหม่เพื่อจะได้ตัวเอริคเซ่นมาใช้งานเลยในช่วงเดือนมกราคมปีหน้า

    ซีนาดีน ซีดานกำลังต้องการเสริมทัพเพิ่มเติมเนื่องจากเอแด็น อาซาร์เพลเมกเกอร์ตัวเทพที่กระชากตัวมาจากเชลซีนั้นยังปรับตัวกับลีกสเปนไม่ได้เลย จนทำให้กุนซือหัวไข่ดาวหมายใจที่จะได้ตัวเอริคเซ่นเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระ เนื่องจากกองกลางเลือดโคนมพิสูจน์ผลงานกับสเปอร์สมาแล้วตลอดหลายปีที่ผ่านมา พร้อมกันนั้นมาร์ก้าสื่อดังของสเปนยังระบุเพิ่มเติมว่าฟรอเลนติโน่ เปเรซหวังใช้ข้อเสนอซื้อขาดในช่วงปีใหม่เพื่อเป็นแต้มต่อในการเข้าถึงการเจรจากับตัวนักเตะก่อนทีมอื่นๆ เนื่องจากมีทีมบิ๊กเนมที่เฝ้าติดตามสถานการณ์นี้ด้วยหลายทีมไม่ว่าจะเป็นบาเซโลน่า,แมนยูฯ และยูเวนตุส

รีลมาดริด หวังใช้เอริคเซ่นเปลี่ยนใจเบลให้ยอมอยู่ช่วยทีมต่อ

   โอกาสที่จะได้นักเตะอย่างคริสเตียน เอริคเซ่นมาร่วมทีมนั้น นอกจากจะทำให้รีล มาดริดมีขุมกำลังที่แข็งแกร่งขึ้นแล้วฟรอเรนติโน่ เปเรซยังเชื่อว่านี่อาจเป็นการแสดงจุดยืนว่าทีมราชันย์ชุดขาวยังกระหายในชัยชนะอยู่เสมอเผื่อว่าแกเร็ธ เบลจะเปลี่ยนใจยอมช่วยทีมต่อไปในซีซั่นหน้า หลังจากที่มีข่าวลือออกมาหนาหูเหลือเกินว่าปีกชาวเวลส์มีความตั้งใจที่จะอำลาทีมหลังจากจบซีซั่นนี้ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเบลเป็นนักเตะที่ฟรอเรนติโน่ เปเรซนั้นให้ท้ายมาโดยตลอด จนถึงขนาดซีนาดีน ซีดานพยายามบีบให้สโมสรปล่อยตัวออกไปครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ก็ไม่เคยทำได้สำเร็จเสียที

    มีการคาดการว่ารีลมาดริดเตรียมจะยื่นข้อเสนอราว30ล้านปอนด์เพื่อให้สเปอร์สพิจารณา พร้อมกับค่าเหนื่อยราว350,000ปอนด์ให้กับเอริคเซ่นพิจารณาหากทีมไก่เดือยทองยอมเปิดไฟเขียว ซึ่งมีโอกาสสูงมากที่จะสามารถปิดดีลได้เนื่องจากก่อนหน้านี้สเปอร์สได้ยื่นค่าเหนื่อยราว230,000ปอนด์ให้เอริคเซ่นพิจารณาทว่าก็โดนปัดตกไปอย่างไม่ใยดี

เดอบรอยด์

   หลังจากแผงหลังของแมนเชสเตอร์ซิตี้นั้นเจ็บระนาวจนกองแช่งเชื่อว่าพวกเค้าน่าจะมีฟอร์มหลุดให้เห็นบ้าง ทว่าทีมตราเรือใบก็ยังคงโชฟอร์มได้ดีต่อเนื่องแบบไม่สะทกสะท้าน แม้ว่ากองหลังแท้ๆจะไม่เหลือจนต้องถอยมิดฟิลด์จำเป็นอย่างแฟนันดินโญ่ลงไปเล่นแทนก็ตาม ทว่าถึงคราวที่เป๊ป กวาร์ดิโอล่าอาจต้องปวดหัวอย่างแน่นอนเมื่อมีการยืนยันแล้วว่าจอมทัพคนสำคัญอย่างเควิน เดอ บรอนด์ได้รับบาดเจ็บเพิ่มอีกรายหลังจากเกมพบกับเอฟเวอร์ตัน

    เป๊ป กวาร์ดิโอล่าได้ออกมายืนยันด้วยตัวเองว่าเค้าจะไม่สามารถใช้ดาวเตะทีมชาติเบลเยี่ยมได้ในสุดสัปดาห์นี้อย่างแน่นอน “ เดอ บรอยด์จะไม่มีชื่อในเกมกับวูฟอย่างแน่นอน หลังเราตรวจพบอาการบาดเจ็บบริเวณโคนขาหนีบ เค้าน่าจะกลับมาหลังเบรกทีมชาติ ผมกังวลนิดหน่อยแต่ผมก็ยังเชื่อว่าลูกทีมทุกคนที่เหลือจะช่วยเลยทดแทนการหายไปของเค้าได้ ” กุนซือวัย48ปีแสดงท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้ โดยนอกจากเดอ บรอยด์แล้ว จอห์น สโตนก็เป็นนักเตะอีกคนที่น่าฟิตกลับมาช่วยทีมในช่วงทีมได้ภายหลังจากพักเบรกทีมชาติเช่นกัน

เรือใบถูกคาดหมายว่ายังแล่นฉิวเหมือนเดิมแม้ไร้เงา เดอบรอยด์

   ปัจจัยสำคัญที่ทำให้แมนซิตี้ยังคงฟอร์มแรงต่อเนื่องในซีซั่นนี้เป็นผลมาจากฟอร์มอันเร่าร้อนของเควิน เดอ บรอนด์นั่นเอง โดยเค้าทำสถิติสร้างโอกาสเข้าทำให้กับเพื่อนมากกว่า27ครั้งภายในเวลาลงสนามที่451นาที อีกทั้งยังเป็นแอสซิสต์สำเร็จถึง8ครั้งและยิงได้2ประตู  ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างสรรค์เกมรุกของทีมเรือใบ ดังนั้นการขาดหายไปของเดอ บรอยด์ก็ทำให้แฟนบอลหลายคนเป็นห่วงประสิทธิในสนามของทีมแชมป์เก่า ทว่ากุนซือย่างเป๊ปกลับยักไหล่แล้วบอกว่าไร้ปัญหาแน่นอน โดยคาดการณ์กันว่าเป๊ปน่าจะให้โอกาสฟิล โฟเด้นมิดฟิลด์ดาวรุ่งได้ทำหน้าที่แทน

   เป๊ป กวาร์ดิโอล่าหมายใจที่พาแมนซิตี้ครองแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นสมัยที่สามในปีนี้ แต่ทว่าดูเหมือนพวกเค้าจะมีอุปสรรคมากมายเสียเหลือเกิน เริ่มตั้งแต่ปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บ รวมไปถึงทีมคู่ปรับอย่างลิเวอร์พูลก็อาศัยช่วงที่ทีมเรือใบกำลังเสียเปรียบอยู่ทำแต้มหนีห่างออกไปถึง5แต้ม อย่างไรก็ตามอดีตเทรนเนอร์บาซ่ายังเชื่อว่าทีมของเค้ายังสามารถกลับมาเบียดคว้าแชมป์ได้อย่างแน่นอน เนื่องจากซีซั่นก่อนพวกเค้าก็ตามหลังหงส์แบบนี้แหล่ะก่อนที่แมนซิตี้จะเร่งเครื่องกลับมาทำแต้มเบียดคว้าถ้วยพรีเมียร์ลีกได้อย่างยิ่งใหญ่

บาเยิร์น

   ศึกบุนเดสลีก้าเพิ่งจะมีการเปลี่ยนตำแหน่งจ่าฝูงเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อบาเยิร์นมิวนิคเก็บสามแต้มเหนือเอสซี พาเดบอนด์ สวนทางกับแอร์เบ ไลป์ซิกที่พ่ายชาลเก้คาบ้าน โดยมีแซจต์ กนาบรี้เป็นตัวแปรสำคัญในการนำพาให้เสือใต้กลับมาครองตำแหน่งหัวตารางลีกเมืองเบียร์อีกครั้ง หลังปีกตัวจี๊ดมีทั้งชื่อทำประตูและทำแอตซิสต์ในเกมล่าสุด

   แซจต์ กนาบรี้เป็นคนเบิกสกอร์แรกในเกมที่บาเยิร์น มิวนิคบุกไปชนะเอลซี พาเดบอนด์3-2 และกำลังอยู่ในช่วงฟอร์มเข้าฝักซึ่งเจ้าตัวยอมรับการมีนักเตะซุปเปอร์สตาร์เข้ามาร่วมทีมมากยิ่งขึ้นเป็นแรงผลักดันให้ฟอร์มของเค้าพุ่งกระฉูด “ ผมเป็นคนมองโลกในแง่ดีเสมอ ตอนปรีซีซั่นเราไม่รู้ว่าจะมีนักเตะใหม่มาร่วมทีมไหม แต่ในที่สุดเราเซ็นสัญญากับคูตินโญ่ และเปริซิส มันทำให้เรามีทีมที่แข็งแกร่ง แต่จะมีบางคนได้เล่นบางคนต้องรอข้างสนาม ฉะนั้นเราทุกคนต้องเค้นฟอร์มที่ดีที่สุดของตัวเองออกมาให้ได้ นั่นคือโฟกัสของผม ”

กนาบรี้ปีก บาเยิร์น มั่นใจถ้าไม่ลาปืนใหญ่คงไม่มีทางแฮปปี้เหมือนทุกวันนี้

   ดาวเตะดีกรีทีมชาติเยอรมันเคยลับฝีเท้าอยู่กับอาร์เซนอลสมัยเริ่มต้นเป็นนักเตะอาชีพ แต่กลับมาแจ้งเกิดแวร์เดอ เบรเมนในช่วงซีซั่น2016/17 เนื่องจากซัดไปถึง11ประตูจากการลงสนาม27เกม “ ตอนผมอยู่ในอังกฤษ(อาร์เซนอล)มันเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม แม้ผมจะไม่สามารถยึดตำแหน่งในทีมชุดใหญ่ได้ แต่การได้ซ้อมกับผู้เล่นอย่างแชมเบอร์เลน,วัลคอตต์,อเล็กซิส หรือกาซอล่ามันเป็นอะไรที่ล้ำค่ามากๆ ในทางกลับกันมันก็ทำให้ผมได้เล่นน้อยมากๆ พวกเค้าบอกกับผมแค่ให้รอ…รอ….แล้วก็รอ จนถึงจุดที่ผมรู้สึกว่าผมต้องเปิดโอกาสใหม่ๆให้ตัวเองบ้าง และมันก็เป็นไปอย่างยอดเยี่ยมในการกลับมาเล่นในเยอรมัน ”

   “ มันไม่ง่ายนะการที่หันหลังให้ทีมระดับอาร์เซนอล แต่หากดูสิ่งที่ผมได้รับตอนนี้ก็ต้องบอกว่าผมทำถูกแล้ว ผมได้เล่นกับบาเยิร์น มิวนิคและเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มันเป็นโอกาสที่คุณจะได้ดวลกับทีมระดับท็อปของยุโรป มันคงวิเศษถ้าเรา(บาเยิร์น มิวนิค)จะได้ครองแชมป์ยุโรปสมัยที่หก ” ปีกวัย24ปีกล่าวอย่างมุ่งมั่น โดยซีซั่นนี้เสือใต้เข้าร่วมศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกในกลุ่มบี และกำลังมีโปรแกรมบุกไปเยือนสเปอร์สในทัวนาเมนต์ดังกล่าว