มังกรแดง

    ไรอัน กิ๊กกุนซือทัพมังกรแสนจะปลื้มใจเมื่อผลงานล่าสุดเค้าสามารถพาทีมเอาชนะฮังการีไปได้2-0ทำให้ได้ครองแชมป์กลุ่มอีเป็นที่เรียบร้อยพร้อมรับสิทธิไปเตะทัวว์นาเมนต์ชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป2020เป็นผลสำเร็จ ทั้งยังเป็นการพาทีมชาติเวลส์ทะลุเข้าไปเล่นในรายการชิงแชมป์ของทวีปยุโรปเป็นสมัยที่สองติดต่อกันอีกต่างหาก(ยูโร2016เวลส์ก็ได้ไปเล่นรอบสุดท้ายเช่นกัน)  

     ภายหลังจากที่แซงฮังการีขึ้นไปเป็นรองจ่าฝูงได้สำเร็จ ไรอัน กิ๊กก็ได้เผยถึงความยินดีในครั้งนี้ “ ลูกทีมของผลทุ่มเทกันอย่างเต็มที่ มันเป็นเกมชี้ชะตาของเรา แล้วเราก็ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ มันเป็นความประทับใจในฐานะโค้ชซึ่งผมจะไม่มีวันลืมอย่างเด็ดขาด ”

    “ เราสร้างสรรค์โอกาสได้ดีจนได้ประตูที่ต้องการแถมยังไม่เสียประตูอีกต่างหาก มันสะท้อนว่าทีมชาติเวลส์กำลังก้าวไปอีกขั้น เพราะฮังการีแทบจะไม่ได้สร้างความหนักใจอะไรให้กับเราเลย ”

    อย่างไรก็ตามอดีตปีกพ่อมดของแมนยูฯได้ตั้งแง่ว่าทัพมังกรแดงยังคงต้องยกระดับการเล่นในเกมรับให้ดียิ่งขึ้นเนื่องจากพวกเค้าลงเล่นในรอบแบ่งคัดเลือก8นัดแต่เสียประตูไปถึง7เม็ดด้วยกัน “ เกมรุกของเราไม่น่าห่วง แต่จุดที่เราต้องพัฒนาคือการตั้งรับแม้เราจะไม่เสียประตูให้ฮังการี แต่บอกเลยว่าคู่ต่อสู้ในรอบสุดท้ายจะมีแต่ทีมชั้นนำทั้งนั้น เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่จะรับมือพวกเค้า ”

กิ๊กมั่นใจแข้ง มังกรแดง ชี้ถึงทัวว์นาเมนต์จริงจะเก่งกว่านี้อีก

     ทีมชาติเวลส์แพ้ไป2เสมออีก2และชนะเพียงแค่4เกมซึ่งคิดเป็น50%สำหรับการลงเตะยูโรรอบคัดเลือกในกลุ่มอี ทว่าไรอัน กิ๊กก็ยังคงเชื่อมั่นในตัวลูกทีมทั้งหลายว่าจะสามารถทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่งมากขึ้นยามไปเล่นรอบสุดท้ายที่โปรตุเกส “ เวลส์ทำได้ดีในยูโรคราวก่อน และน่าจะดียิ่งขึ้นในครั้งนี้เนื่องจากนักเตะของเราหลายคนจะได้เล่นทัวว์นาเมนต์นี้เป็นครั้งที่สอง(แรมซี่ย์,เบล)พวกเค้ามีความกลมเกลียวกันอย่างเหลือเชื่อนั่นจะเป็นแต้มต่อที่อาจพาให้ทีมชาติเวลส์สร้างเซอร์ไพรซ์ได้อีกครั้ง ”

     เมื่อครั้งชิงแชมป์ยูโร2016ทีมชาติเวลส์เคยสร้างปรากฏการณ์ผ่านเข้าไปเล่นถึงรอบรองชนะเลิศอย่างสุดเซอร์ไพรซ์(เข้าไปแพ้โปรตุเกส0-2) โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานในรอบ8ทีมสุดท้ายที่ทัพมังกรแดงปราบเบลเยี่ยม(มีทั้งอาซาร์,เด บรอยด์,กอมปานี,แฟร์ตองเก้น)ไป3-1ชนิดที่หักปากกาเซียน จึงทำให้ไรอัน กิ๊กตั้งเป้าที่จะทำผลงานในยูโร2020ให้เข้ารอบลึกๆให้สำเร็จอีกครั้ง

เบล

    ความสัมพันธ์ระหว่างแกเร็ธ เบลและรีล มาดริดเริ่มยกระดับความบาดหมางแรงขึ้นไปอีกระดับ เมื่อปีกชาวเวลส์ทำการเฉลิมฉลองดีใจหลังจากที่ทีมมังกรแดงสามารถผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายในศึกชิงแชมป์ยุโรป2020ที่โปรตุเกสได้สำเร็จ ด้วยการเริงร่าผ่านธงชาติเวลส์ที่มีข้อความเย้ยหยันราชันย์ชุดขาวจนกลายเป็นภาพที่สร้างความไม่พอใจให้กับแฟนบอลรีล มาดริดเป็นอย่างมาก

    ในช่วงเบรกทีมชาติเดือนพฤศจิกายนแกเร็ธ เบลได้ให้เปิดเผยความรู้สึกอันน่าประหลาดใจเมื่อเค้ายืนยันว่าให้ความสำคัญกับทีมชาติเวลส์เป็นอันดับแรกรองลงมาก็คือกีฬากอล์ฟและต้นสังกัดรีล มาดริดคือสิ่งที่เค้าให้ความสำคัญเป็นอันดับสุดท้าย ซึ่งข้อความเชิงสัญลักษณ์ดังกล่าวก็ไปปรากฎบนธงชาติเวลส์ที่เจ้าตัวใช้ในการเฉลิมฉลองกับเพื่อนๆหลังเกมที่เบลสวมปลอกแขนกัปตันทีมพาทัพมังกรแดงเอาชนะฮังการีไป2-0 จนเป็นการการันตีว่าพวกเค้าจะได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายในศึกยูโร2020ช่วงกลางปีหน้าอย่างแน่นอนแล้ว

    โดยชนวนเหตุของความร้าวฉานในครั้งนี้ก็เป็นเหตุต่อเนื่องมาจากการที่เจ้าตัวโดนซีนาดีน ซีดานกีดกันออกจากทีมชุดใหญ่โดยอ้างว่ามีอาการบาดเจ็บจึงทำให้เบลไม่ได้ลงเล่นให้กับรีล มาดริดเลยมาตั้งแต่เดือนธันวาคม แต่ทีมชาติเวลส์ก็ยังเรียกตัวเค้ามาติดธงและมีชื่อออกสตาร์ทเป็นตัวจริงมาโดยตลอด จนทำให้เจ้าตัวออกโรงประชดประชันต้นสังกัดที่ไม่ให้ความสำคัญกับตัวเองเท่าที่ควร

เบล เป็นเป้าโจมตีสื่อสเปนทั้งเรียกร้องให้ชุดขาวลงโทษทางวินัย

    หลังเหตุการณ์ชูธงหยามรีล มาดริดในครั้งนี้ทำให้สื่อดังในสเปน(มาร์ก้า)ลงข่าวตำหนิพฤติกรรมของแกเร็ธ เบลอย่างหนัก และเรียกร้องให้ซีนาดีน ซีดานลงดาบกับการกระทำอันขาดความเคารพต่อสโมสรต้นสังกัดอีกด้วย(รับค่าเหนื่อยก้อนโตจากรีล มาดริดแต่กลับประกาศว่ากระหายที่จะเล่นให้ทีมชาติเวลส์มากกว่า ซะงั้น!)

     อย่างไรก็ตามดูเหมือนท่าที่จากซีนาดี ซีดานจะไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากกุนซือชาวฝรั่งเศสมองว่าข้อความบนธงเจ้าปัญหานั้นไม่ใช่คำหยาบคายใดๆแต่เป็นคำเปล่าๆที่ถูกตีความกันไปเองจึงไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะกล่าวโทษปีกจรวดวัย30กะรัตรายนี้ได้ อีกทั้งต่อให้ไม่โดนลงดาบทางวินัยแกเร็ธ เบลก็แทบจะไม่มีส่วนร่วมกับทีมชุดใหญ่ของรีล มาดริดอยู่แล้ว โดยมีความเป็นไปได้สูงที่เบลจะย้ายจากถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาบิวในช่วงหลังปีใหม่ โดยมีความสนใจจากทั้งแมนยู,สเปอร์ส และอีกหลายทีมจากไชนีส ซุปเปอร์ลีก