ไวนัลดุม

    ในแผงกลางลิเวอร์พูลชุดปัจจุบันนั้นมีนักเตะหลายคนที่ถูกยกย่องว่าเป็นมิดฟิลด์ระดับแถวหน้าของโลกฟุตบอล แล้วหนึ่งในนั้นก็คือจอร์จินโญ่ ไวนัลดุม ซึ่งดาวเตะดัตซ์ก็ออกมายอมรับว่ามีพัฒนาการลูกหนังที่ดีขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่ได้มาเป็นนักเตะในการดูแลของเจอร์เกน คล็อปป์

    “ อันที่จริงแล้วผมชอบเล่นเกมรุกอย่างมาก แล้วมันก็เป็นจุดขายของตัวผมเองสมัยค้าแข้งในลีกดัตซ์ แต่เมื่อคุณผ่านเกมการเล่นในระดับสูงมากขึ้นผมก็ถูกสั่งให้ทำงานในสนามแบบอื่นๆด้วย ไม่ใช่การจ้องแต่จะบุกใส่ฝั่งตรงข้ามตลอดเวลา ผมเริ่มเรียนรู้สิ่งเหล่านี้จะเกมทีมชาติ และสมัยอยู่กับนิวคาสเซิล ”

    “ แต่เมี่อต้องมาเล่นให้ลิเวอร์พูลในยุคของเจอร์เกน คล็อปป์แล้วมันแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง เค้าบอกกับผมตั้งแต่แรกว่าผมต้องเล่นเกมรับให้ดีด้วย ผมต้องพัฒนามุมมองเกมในแบบอื่นๆมันแทบจะเปลี่ยนโลกของผมไปเลยเชียวละ เค้าเคียวกรำพวกเราให้มีความเข้าใจเกมไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งการทดลองเล่นในสถานการณ์แปลกใหม่ แม้มันจะทำให้ผมอึดอัดในช่วงแรก แต่มาวันนี้แล้วผมบอกได้เลยว่าถ้าไม่ถูกเจอร์เกนบังคับให้ทำนั่นทำนี้ ผมคงไม่ได้รับคำชื่นชมแบบทุกวันนี้หรอก ” กองกลางวัย29ปีกล่าวยกย่องเจ้านาย

สื่อผู้ดีแฉลิเวอร์พูลเตรียมขาย ไวนัลดุม ทิ้งหลังจบซีซั่น

    แม้ว่าไวนัลดุมจะกำลังอยู่ในชีกของอาชีพค้าแข้งแต่ก็มีข่าวว่าลิเวอร์พูลอาจตัดสินใจขึ้นบัญชีขายแข้งจอมทักษะรายนี้เนื่องจากไม่ต้องการเสียไวนัลดุมไปแบบฟรีๆในอีก15เดือนนั่นเอง

    สัญญาปัจจุบันของไวนัลดุมนั้นเซ็นไว้ถึงกลางปี2021 ซึ่งแปลว่าหากนักเตะไม่ยอมเซ็นสัญญาฉบับใหม่ก่อนสิ้นปี2020ก็จะเสี่ยงต่อการเสียแข้งดังรายนี้ไปแบบไร้ค่าตัว จึงทำให้ลิเวอร์พูลอาจยอมตัดใจขายไวนัลดุมทิ้งซะตั้งแต่ซัมเมอร์นี้เลยเพื่อเป็นการตัดปัญหา อีกทั้งด้วยฝีเท้าของเจ้าตัวในเวลานี้ก็น่ายังทำเงินกลับเข้าสโมสรได้ไม่ต่ำกว่า50ล้านยูโรอีกต่างหาก โดยมีทั้งรีล มาดริด,ยูเวนตุส และไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่นที่ให้ความสนใจ

    โดยหากลิเวอร์พูลปล่อยตัวจอร์จินโญ่ ไวนัลดุมออกไปจากถิ่นแอนด์ฟิลจริง คาดการณ์กันว่าอเล็ก-อ็อกเหล็ด แชมเบอร์เลนจะถูกเจอร์เกน คล็อปป์ดันขึ้นทดแทนได้อย่างไม่ยาก เนื่องจากที่ผ่านมากองกลางเลือดผู้ดีก็มักจะได้ส่งประจำการในแดนกลางบ่อยครั้งอยู่แล้ว แม้ว่าตำแหน่งถนัดของเจ้าตัวจะเป็นตำแหน่งตัวริมเส้นก็ตาม

เทรนด์

    แม้ว่าลิเวอร์พูลจะนำโด่งเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกด้วยผลงานถึงชนะ15นัดและเสมอนัดเดียว แต่แบ๊คขวาฟอร์มาแรงอย่างเทรนด์ อเล็กซานเดอร์-อาโนลด์ก็ยังออกมาบอกกล่าวว่านักเตะหงส์แดงยังเก็บรายละเอียดที่ผิดพลาดเล็กๆน้อยๆในแต่ละเกมกลับมาแก้ไขอยู่เสมอ เนื่องจากพวกเค้าไม่ได้สำคัญตัวว่าลิเวอร์พูลอยู่ในฟอร์มการเล่นที่สมบูรณ์แบบอย่างที่นักวิจารณ์ชอบพูดถึงกัน

    “ ใช่เราเก็บชัยชนะได้ต่อเนื่องมันเป็นเรื่องน่ายินดี เรารู้ว่าลิเวอร์พูลกำลังอยู่ในฟอร์มที่ดีแต่มันไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ มันจะมีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่เจ้าน้อยจดไว้แล้วบอกเราในวันรุ่งขึ้น  นั่นเป็นบทเรียนใหม่ๆที่นักเตะยังต้องทำให้ดียิ่งๆขึ้นไปในทุกๆวัน และมันจะไม่มีคำว่าดีพอ ”    

     “ มันเป็นไปได้หมดแนวคิดของเจอร์เกน คล็อปป์คือเมื่อคุณพลาดก็อาจโดนลงโทษ ฉะนั้นข้อผิดพลาดบางอย่างที่เราได้รู้มันอาจยังไม่ทำทีมไม่เสียประตู แต่เราจะไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นอีก ลิเวอร์พูลต้องการลงเล่นโดยที่มีรายละเอียดผิดพลาดให้น้อยที่สุด ” เทรนด์-อาโนลด์กล่าวอย่างแข็งขัน

ลิเวอร์พูลมีบทเรียนจากปีก่อน เทรนด์ ชี้ปีนี้ไม่ประมาทอีกแล้ว

    เทรนด์ อเล็กซานเดอร์-อาโนลด์ยังได้เท้าความถึงความผิดหวังจากซีซั่นที่แล้วที่ลิเวอร์พูลทำแต้มนำเป็นจ่าฝูงอยู่พักใหญ่ก่อนจะโดนแมนซิตี้พลิกกับมาแซงเข้าวินไปอย่างน่าเจ็บใจ ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้หัวจิตหัวใจและสมาชิกของนักเตะลิเวอร์พูลเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนในซีซั่นนี้ “ เราฝันถึงการคว้าแชมป์ตั้งแต่ปีก่อน แต่พวกเราก็เสียแต้มจากผลเสมอมากเกินไป การได้เห็นซิตี้ฉลองแชมป์มันบาดใจพวกเราอย่างมาก แต่ความผิดหวังเหล่านั้นมันก็มีผลกระทบกับเราอยู่เหมือนกัน ”

    “ ปีนี้เรามองหาแต่ชัยชนะเท่านั้น การเสมอหรือแพ้ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในความคิดของเรา พูด ณ วันนี้มันอาจจะถึงจุดที่เราทำแต้มหลุดมือบ้าง แต่ตอนนี้เราชนะมาแล้ว15เกม เราพยายามหนีช่องว่างคะแนนกับทีมอื่นๆให้มากที่สุด เรามั่นใจในทีมแต่เราก็ยังให้เกียรติคู่แข่งเสมอ แมนซิตี้ก็ยังคงเป็นทีมที่เราไม่ควรประมาทอยู่ดี ”

    สุดท้ายแบ็คขวาทีมชาติอังกฤษก็ยังยืนยันว่ายังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าลิเวอร์พูลจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก “ ลิเวอร์พูลต้องการเป็นแชมป์ แต่โอกาสยังคงเปิดกว้างประวัติศาสตร์ของถ้วยใบนี้มีให้เห็นแล้วว่าทุกอย่างมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้เสมอ เราจะไม่ถือตัวเองว่าเป็นแชมป์จนกว่าแต้มของเราจะขาดลอยอย่างแท้จริง ”

หงส์เเดง

     สาวกเดอะค็อปคงทราบกันดีว่าเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมาลิเวอร์พูลก็แทบจะไม่ได้จ่ายเงินเสริมทัพเท่าไหร่นัก ซึ่งแท้ที่จริงแล้วทั้งหมดเป็นหมากที่เจอร์เกน คล็อปป์วางไว้นั่นคือเค้าต้องการรวบรวมงบประมาณให้เป็นก้อนใหญ่แล้วเซ็นสัญญากับนักเตะระดับบิ๊กดีลเพียงรายเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ คีลิยัน เอ็มปั๊ปเป้ หัวหอกตัวเก่งของปารีส แซงต์ แชร์กแมงนั่นเอง

     คีลิยัน เอ็มปั๊ปเป้ ได้รับความสนใจจากทีมอย่างรีล มาดริด และบาเซโลน่ามาโดยตลอด ทว่าแหล่งข่าวในอังกฤษระบุว่ายักษ์ใหญ่แห่งแดนกระทิงคงยังไม่มีปัญญาที่จะเซ็นดาวยิงวัย20กะรัตในช่วงเดือนมกราคมนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากต่างสูญเงินกับการเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์ไปแล้ว ทำให้ไม่อาจรับข้อเสนอที่มีมูลค่ามากกว่า200ล้านปอนด์ของเอ็มปั๊ปเป้ได้ ต่างกับลิเวอร์พูลที่ดูเหมือนจะอั้นงบประมาณไว้สำหรับดีลนี้โดยเฉพาะ

     ร่ำลือกันว่าลิเวอร์พูลพร้อมยื่นเม็ดเงิน215ล้านปอนด์ให้กับเปเอสเชพิจารณาทันทีในช่วงเดือนมกราคม เนื่องจากเจอร์เกน คล็อปป์ต้องการตัวเอ็มปั๊ปเป้มาช่วยกรุยทางคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกให้จงได้นั่นเอง

คล็อปป์ยัน หงส์เเดง สนใจปั๊ปเป้แต่ต้องตัดใจเพราะไม่มีตังค์

      คีลิยัน เอ็มปั๊ปเป้ก้าวขึ้นมาจากทีมเยาวชนของโมนาโกและคว้าแชมป์ลีกเอิง(กับโมนาโก)ได้ตั้งอายุเพียง16ปีเท่านั้น ก่อนจะย้ายมายกระดับฝีเท้ากับปารีส แซงต์ แชร์กแมงจนทำให้เจ้าตัวมีสถิติยิงรวมกัน69ประตูทำทาง36แอสซิสต์จากการลงเล่นไปเพียง98เกม จากผลงานดังกล่าวก็ทำให้ลิเวอร์พูลกลายเป็นอีกทีมที่อยากได้ตัวมาร่วมทีม

       “ ไม่มีผู้จัดการทีมคนไหนไม่อยากร่วมงานกับเค้าหรอก เค้าคือเด็กมหัศจรรย์ ผมเองเป็นหนึ่งในนั้นแน่นอน เค้าจะช่วยยกระดับการเล่นให้กับทุกทีมที่ย้ายไปอย่างไม่ต้องสงสัย แต่…เราต้องอยู่กับความจริง เม็ดเงินระดับ200ล้านปอนด์มันห่างไกลความเป็นไปได้สำหรับลิเวอร์พูล ผมไม่คิดว่าเราจะได้เซ็นสัญญากับเค้า ”

      เจอร์เกน คล็อปป์ยังได้บอกอีกว่าสนนราคาดังกล่าวไม่ใช่เพียงลิเวอร์พูลเท่านั้นเค้ายังมองไม่เห็นเลยว่าจะมีสโมสรไหนที่จะทำการเจรจาดีลนี้กับทีมแชมป์ลีกเอิงได้ “ ผมคิดว่ามันเป็นราคาที่ตั้งไว้เพื่อไล่ทีมที่สนใจให้หนีหายออกไป มันไม่ใช่แค่เราหรอกที่ต้องเดินหนี ผมว่าทีมอื่นๆก็คงไม่ต่างกัน สำหรับตลาดช่วงหน้าหนาวเม็ดเงินระดับนี้มีไว้ลองใจว่าคุณกล้าพอไหมละ? ถ้ากล้าพอเราก็มาคุยกัน ”

ลิเวอร์พูล

   ลิเวอร์พูลในช่วงสองปีให้หลังมานี้พวกเค้าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะสามประสานในแนวรุกโมฮัมเหม็ด ซาล่า,ซาดิโอ มาเน่ และโรแบโต้ ฟีร์มิโน่ที่สร้างความหวาดวิตกให้กับแนวรับฝ่ายตรงข้ามอยู่เสมอ ซึ่งแฟนบอลส่วนใหญ่อาจจะมองมาเน่ และซาล่าคืออาวุธหนักของทีมโดยหารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วโรแบโต้ ฟีร์มิโน่ต่างหากที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในเกมรุกของลิเวอร์พูล

   อดีตผู้เล่นลิเวอร์พูล อดัม บ็อกดานที่เคยอยู่ในแคมป์ฝึกซ้อมเดียวกับทั้งฟีร์มิโน่,มาเน่ และซาล่าได้บอกเล่ากับนักข่าวว่าฟีร์มิโน่ทำได้อย่างดีเยี่ยมในการซ้อมทุกๆครั้ง “ นักฟุตบอลแต่ละคนก็จะมีนิสัยที่ต่างกันไป บางคนจะขี้เกียจซ้อมแต่พอลงสนามจริงก็ทำได้ดีกว่าที่ซ้อมเหมือนออมแรงไว้ก่อนไปเอาจริงหลัง ในขณะที่บางคนซ้อมเต็มร้อยตลอดแต่พอลงเล่นจริงๆเหมือนจะดร็อบลงไปเหมือนเค้าใส่เต็มตอนซ้อมไปจนหมดแรงแล้ว แต่สำหรับฟีร์มิโน่นี่แตกต่างออกไปเค้าซ้อมได้ดีกว่าเพื่อนๆ แถมเวลาลงสนามเค้ากลับทำได้ดียิ่งกว่า นี่คือมาตรฐานที่เค้าแสดงออกตั้งแต่ย้ายเล่นกับลิเวอร์พูล ”

บ็อกดานชี้คล็อปป์&ฟีร์มิโน่คือนายบ่าวที่รู้ใจช่วย ลิเวอร์พูล ได้เฮ

   อดัม บ็อกดานประตูสำรองที่ย้ายมาแอนฟิลด์ช่วงเวลาไล่เลี่ยกันกับฟีร์มิโน่ได้เปิดเผยอีกว่าที่ฟีร์มิโน่ได้ดิบได้ดีกับลิเวอร์พูลก็มีผลมาจากการที่เจอร์เกน คล็อปป์ให้ความเชื่อมั่นกับสตาร์บราซิลแบบเต็มขั้น “ ฟีร์มิโน่ย้ายมาจากบุนเดสลีก้าซึ่งคล็อปป์ก็เคยเห็นผลงานของเค้ามาก่อน การได้ร่วมงานกันของเค้าทั้งสองมันก็เหมือนกับคู่รักได้มาเจอกัน มันคลิ๊กกันในแทบทันที บางคนอาจจะคิดว่าซาล่า หรือมาเน่ที่เป็นหัวใจสำคัญในเกมรุก แต่ที่จริงแล้วการเล่นของฟีร์มิโน่ต่างหากที่ทำให้เพื่อนร่วมทีมเล่นง่ายจนทั้งคู่โดดเด่นขึ้นมา ”

   ฟีร์มิโน่ลงเล่นให้ลิเวอร์พูลในซีซั่นใหม่ไปแล้ว6นัดยิงได้2ประตู และทำทางอีก3แอตซิสต์เรียกได้ว่าฟอร์มกำลังเข้าฝักเลยก็ว่าได้ “ ในการซ้อมพวกเราทุกคนต่างยอมรับว่าฟีร์มิโน่นั้นทำได้วิเศษสุดๆ แต่เมื่อไปเล่นในเกมจริงสิ่งที่เค้าทำกลับยิ่งน่าทึ่งกว่า ไอที่คนอื่นเรียกว่าพีกในพีกนั่นละที่คู่ควรกับฟีร์มิโน่ ยิ่งในเวลานี้เค้ากำลังมั่นใจสุดๆ มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหยุดเค้า เพราะบางครั้งที่คุณบีบให้เค้าต้องเล่นยากเค้าก็จะพลิกหาช่องทำทางให้เพื่อนได้เล่นต่ออย่างเหลือเชื่อ ” เจ้าของผลงานการเฝ้าเสา6นัดในซีซั่น2015/16กล่าวถึงฟีร์มิโน่อย่างชื่นชม