เซบายอส

     ทั้งที่ก่อนหน้าที่ดานี่ เซบายอสถูกจับตามองว่าอาจก้าวขึ้นรับบทจอมทัพคนใหม่กับอาร์เซนอล แต่ไปๆมาๆหลังจากเปลี่ยกุนซือมาเป็นมิเกล อาร์เตต้า ก็ปรากฎว่าเซบายอสไม่เคยได้รับโอกาสสนมอีกเลย แม้จะสร้างความไม่พอใจให้กับดาวเตะเลือดกระทิงอยู่ไม่น้อย แต่เจ้าตัวก๋ยังต้องการที่จะได้รับโอกาสลงสนมกับทีมปืนใหญ่ต่อไป

    “ ผมตัดสินใจเลือกอย่างแน่วแน่ว่าอยากรับใช้อาร์เซนอล การได้ศึกษารูปแบบการเล่นของทีมมาก่อนหน้า ทำให้ผมตัดสินใจง่ายขึ้น แม้ว่าในเวลานั้นจะมีข้อเสนอจากลิเวอร์พูลยื่นมาด้วยกันตาม แต่ในเวลานั้นผมได้พูดคุยกับอูไน เอเมรี่แล้ว แล้วผมก็อยากร่วมงานกับเค้ามากกว่า ผมจึงไดปฏิเสธกับเจอร์เกน คล็อปป์ไป ”

    นอกจากนี้อดีตเด็กปั้นเซบีญ่ายังได้ยอมรับอย่างลูกผู้ชายว่าเสียใจไม่น้อยที่อูไน เอเมรี่ได้ถูกไล่ออกไป “ แน่นอนผมเสียดายที่ไม่ได้ทำงานกับเอเมรี่ต่อ เค้าเชื่อมั่นในตัวผมอย่างมาก ทั้งยังคอยสนับสนุนผมในอีกหลายด้าน แม้เราจะได้ร่วมงานกันในช่วงสั้นๆแต่มันก็เป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ ”

เซบายอส หวังพิสูจน์ตัวเองด้วยการพาทีมคว้าโควต้ายูซีแอลให้ได้

    แม้ดูเหมือนโอกาสลงเล่นจะมีไม่มากนัก แต่เจ้าของเสื้อหมายเลข8ของไอ้ปืนใหญ่ก็ยังไม่ถอดใจและยืนยันว่าจะขอพิสูจน์ตัวเองในช่วงเวลาที่เหลือ “ เรายังเหลือเกมลีกอีก13นัด ไม่รวมบอลถ้วยอีกสองรายการ มันยังเป็นโอกาสสำหรับนักเตะทุกคนรวมทั้งตัวผมเองด้วย ”

    “ อาร์เซนอลมีคะแนนห่างจากโควต้ายูซีแอล10แต้ม มันอาจดูมากไปซักหน่อยแต่เราก็ไม่ควรถอดใจง่ายๆ พรีเมียร์ลีกเป็นลีกที่ทุกๆทีมไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็กต่างมีโอกาสแพ้หรือชนะกันได้หมด หน้าที่ของพวกเราในตอนนี้คือค่อยเก็บแต้มไปทีละนัด ด้วยศักยภาพของผู้เล่นที่เรามีผมว่ามันมีโอกาสเป็นไปได้ ” มิดฟิลด์วัย23ปีกล่าวอย่างมั่นใจ

    นอกจากนี้เซบายอสยังได้ออกตัวว่าชักจะติดใจความสนุกของเกมการแข่งขันพรีเมียร์ลีกเข้าให้แล้ว “ ผมได้ยินคำร่ำลือถึงพรีเมียร์ลีกมานาน เมื่อได้มาประสบกับตัวถึงรู้ว่ามันยอดเยี่ยมมาก ถ้าเทียบกับลาลีก้าสเปนแล้ว ที่อังกฤษถือว่าบอลเคลื่อนที่ไปข้างหน้าเร็วกว่ามาก มันใช้ทั้งพละกำลัง และมันสมอง มันเป็นเกมฟุตบอลที่ท้าทายเหลือเกิน ไม่น่าแปลกใจเลยทำไมใครๆก็อยากมาเล่นในพรีเมียร์ลีก แม้แต่ตัวผมเองก็หลงรักพรีเมียร์ลีกเข้าให้แล้ว ”

ปืนใหญ่

    นับตั้งแต่อาร์เซนอลได้เอดูเข้ามาเป็นประธานฝ่ายเทคนิคสิ่งที่ตามมาก็คือเครือข่ายเยาวชนในแถบบราซิลล้วนตกอยู่ในสายตาของทีมปืนใหญ่แทบทั้งหมด แม้กระทั่งกาเบียล มาตินเนลลี่แนวรุกดาวรุ่งที่มีฝีเท้าบาดตาทั้งบาซ่า,แมนยูฯ และทีมดังทั่วยุโรปอีกกว่า20ทีม แต่สุดท้ายก็เป็นอาร์เซนอลที่ได้ตัวมาครองอย่างหน้าตาเฉย แถมยังซื้อมาในราคาสุดถูกเพียง6ล้านปอนด์เท่านั้น จึงทำให้ในช่วงเดือนมกราคมนี้พวกเค้าตั้งใจที่จะบุกตลาดนักเตะแซมบ้าอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายคือ ยาน บูเอโน่ คอร์โต้แบ็คขวาดาวรุ่งวัย17ปี

    ยาน คอร์โต้ฉายฟอร์มเด่นกับทีมคอร์ริติบ้าในบราซิล จนถูกเรียกติดทีมชาติบราซิลชุดอายุต่ำกว่า17ไปเป็นที่เรียบร้อย ด้วยลีลาการลากเลื้อยแบบฟูลแบ็คสมัยใหม่ก็ทำให้อาร์เซนอลต้องการที่จะดักเซ็นสัญญากับฟูลแบ็คอนาคตไกลรายนี้ไว้เสียแต่เนิ่นๆ รายงานระบุว่าเอดูได้จัดแจงเจรจากับคอร์ริติบ้าไว้แล้ว และอาจสามารถดึงตัวคอร์โต้มาร่วมทีมด้วยค่าตัวเพียง4ล้านปอนด์เท่านั้น

    อย่างไรก็ตามด้วยกฏของฟีฟ่าคอร์โต้จะยังไม่สามารถเซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพได้จนกระทั่งอายุครบ18ปีซึ่งก็ตรงกับเดือนมิถุนายนปีนี้ จึงมีความเป็นไปได้มากที่อาร์เซนอลจะทำการดึงตัวนักเตะเข้ามาเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์เสียมากว่า

ปืนใหญ่ อาจได้คาลฮาโนกลูกองกลางมิลานเข้ามาเสริมช่วงมกราคม

    ในเวลาเดียวกันก็มีข่าวว่ามิเกล อาร์เตต้าบอสปืนใหญ่อยากได้ตัวฮาคา คาลฮาโนกลูมิดฟิลด์เท้าชั่งทองของเอซีมิลานเข้ามาเสริมทัพในช่วงครึ่งซีซั่นที่เหลือ

    ฮาคาน คาลฮาโนกลูลงเตะให้มิลานในซีซั่นนี้ไปแล้ว18เกมแต่ก็ยังควานหาฟอร์มเก่งไม่เจอจนยิงไปได้แค่2ประตู และทำทางให้เพื่อนอีกหนึ่งหน แต่ก็ยังพอเหลือจุดขายเรื่องการเปิดบอล และการยิงฟรีคิ๊กอันแม่นยำ แต่ทว่ามิลานก็อาจจำใจต้องปล่อยตัวเพื่อปลดเปลื้องหนี้สิน และอาร์เซนอลก็พร้อมที่จะเอาด้วยในเรื่องนี้เนื่องจากให้ความสนใจในฝีเท้าของคาลฮาโนกลูมานานแล้ว โดยน่าจะขอยืมนักเตะมาใช้งานก่อนในช่วงเดือนมกราคมก่อนที่จะตกลงซื้อขาดอีกครั้งหลังจบฤดูกาล ซึ่งเชื่อว่าการปล่อยตัวดาวเตะเติร์กจะทำมิลานลดภาระไปได้มากถึง25ล้านยูโรเลยทีเดียว

โอเว่น

    ด้วยผลงานการบินสูงของหงส์แดงในซีซั่นนี้ทำให้พวกเค้าถูกยกว่าอาจสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกแบบไร้พ่ายเช่นเดียวกับอาร์เซนอลในฤดูกาล2003/04 แม้ว่ายังเหลือเกินอีกหลายนัดแต่ทว่าไมเคิล โอเว่นอดีตเด็กปั้นของชาวเดอะค็อปก็ได้ออกมายืนยันว่ายังไงซะเวลานี้ลิเวอร์พูลก็ได้กลายเป็นทีมที่แกร่งที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งพรีเมียร์ลีกเป็นที่เรียบร้อย

    ลิเวอร์พูลนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกแบบสุดชิลเมื่อทิ้งห่างเลสเตอร์อันดับสองถึง13แต้มแถมยังลงเล่นน้อยกว่าอีกหนึ่งเกมด้วย ซึ่งมาตรฐานนี้เองที่ทำให้โอเว่นมองว่าเป็นมาตรฐานใหม่ที่ยากจะหาใครมาเทียบได้ “ มีการพูดถึงแชมป์เก่าพรีเมียร์ลีกหลายต่อหลายทีม แต่มันก็ไม่เคยมีใครทำแต้มหลังผ่านไปครึ่งทางได้มากมายขนาดนี้ ฉะนั้นผมคิดว่าลิเวอร์พูลได้ยกมาตรฐานตัวเองขึ้นไปไกลแล้ว แม้จะยังไม่ได้ชูถ้วยแชมป์แต่ทีมชุดนี้ก็ได้กลายเป็นทีมที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งพรีเมียร์ลีกในปี1992 ”

    “ บางคนอาจจะพูดว่าไม่นะพวกนายยังไม่ได้แชมป์ซะหน่อย ก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะผมไม่ได้บอกว่าเราเป็นแชมป์ที่เก่งที่สุด ผมบอกว่าเราคือทีมที่ดีที่สุดเพราะถ้าเทียบกับแชมป์เก่าก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยมีทีมไหนทำแต้มได้มากกว่าเราหนิ แต่มันคนละประเด็น เช่นถ้าเราแพ้ทีมอื่นในปีนี้เราก็คงพูดไม่ได้ว่าดีกว่าอาร์เซนอลในปี2003 ” โอเว่นชี้แจง

โอเว่น ชี้ลิเวอร์พูลต้องยืนระยะความสำเร็จเพื่อลบคาสบประมาท

    นอกจากนี้เจ้าของฉายา “ เบบี้โกล ” ยังได้กระตุ้นทีมรักให้ยืนระยะความสำเร็จในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ให้ได้ยาวนานต่อเนื่องเพื่อที่จะลบข้อกังขาของเหล่าแฟนบอลจอมแช่งทั้งหลาย “ ลิเวอร์พูลอยู่ในเงามืดมานาน การไม่เคยได้แชมป์พรีเมียร์ลีกมันทำให้เราไม่เคยได้รับเครดิตแม้ว่าวันนี้ลิเวอร์พูลจะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการลูกหนังอังกฤษแล้วก็ตาม ผมคิดว่าแค่ถ้วยพรีเมียร์ลีกใบเดียวก็ยังไม่พอนะ เราต้องสร้างความสำเร็จ2-3สมัยขึ้นไปเพื่อกลบเสียงวิจารณ์เหล่านี้ ”

    “ มันมีโอกาสแน่นอนเพราะทีมเรามีความแข็งแกร่งในทุกๆตำแหน่ง เราไม่ได้มีเพียงซาล่า,มาเน่ และฟีร์มีโน่ นักเตะอย่างเทรนด์,แชมเบอร์เลน,โอริกี้,เกอิต้า หรือโกเมสต่างก็ทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยมแถมยังเหลืออายุการใช้งานอีกมาก ผมเชื่อว่าเจอร์เกน คล็อปป์จะสร้างลิเวอร์พูลให้ยิ่งใหญ่ต่อเนื่องได้ มันอาจฟังดูน่าหมั่นไส้แต่ผมมั่นใจว่าเรายังแข็งแกร่งได้มากกว่านี้อีกมากโขเลยละ ” อดีตกองหน้าวัย40ปีกล่าวอย่างมั่นใจ

อาร์เซนอล

     ในวงการฟุตบอลเมื่อผลการแข่งขันไม่เป็นใจอะไรต่อมิอะไรก็อาจกลายเป็นปัญหาได้ทั้งนั้น ยิ่งสำหรับอาร์เซนอลในซีซั่นนี้ พวกเค้าประสบปัญหาในแทบจะทุกอณูของสโมสร จนกลายเป็นว่ามีเครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด กระทั่งล่าสุดที่พวกเค้าเพิ่งจะแต่งตั้งผู้จัดการทีมคนใหม่อย่าง มิเกล อาร์เตต้า ก็ยังไม่วายมีประเด็นเมื่อมีเหล่าแฟนบอลรวมตัวกันร่างข้อความต้อนรับการกลับมาของอาร์เตต้าพร้อมกับเรียกร้องให้กุนซือคนใหม่เข้มงวดกับวินัยของนักเตะให้มากยิ่งขึ้น

     แฟนบอลอาร์เซนอลจำนวนมากขุ่นเคืองใจกับการที่นักเตะอาร์เซนอลบางคนยังมีสีหน้าระรื่นพร้อมกับสวมหูฟังระหว่างเดินทางก่อนลงสนามจนระบายออกมาผ่านบทความต้อนรับผู้จัดการทีมคนใหม่ “ เราขอต้อนรับอาร์เตต้า คุณคือความหวังใหม่ของเรา! อาร์เซนอลจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงขนบธรรมเนียมที่น่ารังเกียจบางอย่าง นักเตะทุกคนควรรับผิดชอบกับผลการแข่งขันพวกเค้าต้องกล้าสบตาแฟนบอล รวมไปถึงการเดินทางก่อนเกมการแข่งขันพวกเค้าควรสวมชุดสูทและไม่ควรจะสวมหูฟังให้เราเห็น เราหวังจะได้รับสิ่งดีๆกลับคืนมาบ้างหลังจากที่ผมเราต้องอยู่กับความผิดหวังมาแสนนาน ”

      โดยแฟนปืนใหญ่เชื่อว่าอาร์เตต้าที่เป็นลูกมือให้เป๊ป กวาร์ดิโอล่ามาปลายปีน่าจะซึมซับเอาความเข้มข้นในการดูแลวินัยนักเตะกลับมาใช้อย่างจริงจังในเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ซึ่งอาร์เตต้าเองก็ได้ประกาศจุดยืนที่ชัดเจนในเรื่องนี้เช่นกัน “ สิ่งที่ผมได้จากเป๊ปคือคุณต้องยืนหยัดเพื่อจุดยืนบางอย่าง เราจะไม่มีการลอมชอมกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง สมาธิของนักเตะควรทุ่มเทไปเกมการแข่งขันและชัยชนะเท่านั้น ”

อาร์เตต้าย้ำ อาร์เซนอล ยุคต่อจากนี้ต้องเน้นมีถ้วยรางวัลติดมือ

     แม้อาร์เซนอลในเวลานี้จะอยู่แค่อันดับกลางตาราง(อันดับ11)แถมมีแต้มตามหลังจ่าฝูงถึง26แต้มทว่าอาร์เตต้าที่เพิ่งรับบทบาทกุนซือเป็นครั้งแรกก็ยังยืนยันว่าจะพาทีมประสบความสำเร็จในการคว้าถ้วยรางวัลให้ได้อย่างแน่นอน “ ผมให้ความสำคัญเรื่องทัศนคติ ฉะนั้นทุกคนในสโมสรจำเป็นต้องเชื่อมั่นว่าอาร์เซนอลสามารถคว้าถ้วยรางวัลได้ แม้มันจะเป็นงานยากและหนักหนาสำหรับเราก็ตาม ”

     “ แน่นอนมันอาจจะต้องใช้เวลาบ้าง แต่อาร์เซนอลเป็นสโมสรชั้นนำ เราไม่ควรชินชากับผลเสมอหรือความพ่ายแพ้ เส้นทางหลักของเราคือชัยชนะ ผมเชื่อมั่นว่าทีมสามารถไปถึงจุดนั้นได้ เราเพียงแค่ต้องหาแนวทางการทำงานร่วมกันให้เจอ นั่นคืองานหลักของผม ” กุนซือวัย37ปีกล่าวอย่างเชื่อมั่น

อดัมส์

   สถานะปัจจุบันของอาร์เซนอลค่อนข้างเปราะบางอย่างมากเมื่อพวกเค้าต้องเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมกลางคันแถมผลการแข่งขันก็ไม่เป็นใจอีกต่างหาก เมื่อติดต่อกันมาแล้ว8เกม(รวมทุกรายการ)ที่ทีมปืนใหญ่ไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลย ร้อนถึงโทนี่ อดัมส์อดีตกัปตันทีมระดับตำนานต้องออกมาให้บทเรียนกับแข้งรุ่นน้องว่าควรปรับจูนทัศนคติให้ถูกต้องการลงเล่นในทุกๆเกม

    “ ผมติดตามผลงานอาร์เซนอลเสมอ แล้วก็พูดได้เต็มปากว่าปัญหาครั้งนี้มันใหญ่กว่าทุกๆครั้ง แต่ผมออกจะคิดไม่เหมือนคนอื่นๆ นักวิจารณ์ต่างพูดกันแค่ว่าใครซักคน(ผู้จัดการทีมถาวร)จะเข้ามาแก้สถานการณ์ให้อาร์เซนอลได้ คำถามคือแล้วถ้าสโมสรยังไม่คิดจะหาใครมาละ นักเตะก็สามารถลงไปเล่นแบบฟอร์มเหลวแหลกแค่ไหนก็ได้หรอ? ไม่เลย ผมคิดว่านี่เป็นโอกาสดีที่นักเตะจะต้องแสดงถึงศักยภาพที่มีอย่างเต็มที่ ”

    โทนี่ อดัมส์ได้ย้ำเตือนนักเตะปืนใหญ่ว่าถึงเวลาที่ต้องสลัดข้ออ้างต่างๆแล้วพึ่งพาความสามารถของตัวเองอย่างเต็มที่แล้ว “ สมัยผมเป็นนักเตะก่อนลงสนามเราคิดเพียงว่าฉันดีพอ ฉันไม่สนใจหรอกว่าทีมคู่แข่งจะอยู่จุดไหน ได้แชมป์มากี่ใบแล้ว นั่นคือสิ่งที่นักเตะในยุคนี้ควรลองเอาไปใช้ มันไม่มีข้ออ้างอะไรทั้งนั้นก็แค่ยิงประตูให้ได้มากกว่าเราก็ชนะได้หมดละ ”

อดัมส์ ชี้ไม่ใช่เวลามาขอความเห็นใจจากแฟนบอลอีกต่อไปแล้ว

    นอกจากนี้โทนี่ อดัมส์ยังชี้ว่านักเตะอาร์เซนอลควรทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่แล้วทิ้งเรื่องอื่นไว้ข้างหลังทั้งหมด “ มันมีความเข้าใจผิดบางประการ ไม่ใช่เพียงคุณเป็นนักเตะของสโมสรแล้วแฟนบอลต้องรักคุณเสมอไปนะ นักฟุตบอลต้องพิสูจน์ตัวเองให้เห็นว่ามีค่าพอให้แฟนบอลยกย่อง ผมเห็นนักเตะของเราออกมาเรียงร้องให้แฟนบอลหนุนหลังทั้งๆที่ผลงานในสนามยังไม่ได้เรื่องอยู่เลย คุณหลงทางแล้ว แฟนบอลไม่เคยโกหกคุณหรอก ถ้าคุณเจอปฏิกิริยาแบบนั้นคุณต้องคิดทบทวนแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น ”

    “ มันไม่สำคัญหรอกว่าอะไรทำให้ทีมตกต่ำถึงขนาดนี้ แต่คำถามที่ตรงประเด็นคือคุณมีดีพอที่จะเชิดหน้าขึ้นได้หรือเปล่า ไม่ต้องสนใจว่าใครผิด ไม่ว่าจะเป็นกรรมการ,VAR หรือแม้แต่แฟนบอล นักเตะต้องรวมใจกันแสดงถึงทิศทางที่ดีกว่านี้ ศรัทธาจากแฟนบอลมันจะตามมาจากความทุ่มเทที่คุณแสดงออกมา ผมมั่นใจว่านักเตะของเราแข็งแกร่งพอที่จะกลับมาสู่จุดที่ดีกว่านี้ได้ ” โทนี่ อดัมส์ปลุกเร้าใจแข้งปืน

บาเยิร์น

   ศึกบุนเดสลีก้าเพิ่งจะมีการเปลี่ยนตำแหน่งจ่าฝูงเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อบาเยิร์นมิวนิคเก็บสามแต้มเหนือเอสซี พาเดบอนด์ สวนทางกับแอร์เบ ไลป์ซิกที่พ่ายชาลเก้คาบ้าน โดยมีแซจต์ กนาบรี้เป็นตัวแปรสำคัญในการนำพาให้เสือใต้กลับมาครองตำแหน่งหัวตารางลีกเมืองเบียร์อีกครั้ง หลังปีกตัวจี๊ดมีทั้งชื่อทำประตูและทำแอตซิสต์ในเกมล่าสุด

   แซจต์ กนาบรี้เป็นคนเบิกสกอร์แรกในเกมที่บาเยิร์น มิวนิคบุกไปชนะเอลซี พาเดบอนด์3-2 และกำลังอยู่ในช่วงฟอร์มเข้าฝักซึ่งเจ้าตัวยอมรับการมีนักเตะซุปเปอร์สตาร์เข้ามาร่วมทีมมากยิ่งขึ้นเป็นแรงผลักดันให้ฟอร์มของเค้าพุ่งกระฉูด “ ผมเป็นคนมองโลกในแง่ดีเสมอ ตอนปรีซีซั่นเราไม่รู้ว่าจะมีนักเตะใหม่มาร่วมทีมไหม แต่ในที่สุดเราเซ็นสัญญากับคูตินโญ่ และเปริซิส มันทำให้เรามีทีมที่แข็งแกร่ง แต่จะมีบางคนได้เล่นบางคนต้องรอข้างสนาม ฉะนั้นเราทุกคนต้องเค้นฟอร์มที่ดีที่สุดของตัวเองออกมาให้ได้ นั่นคือโฟกัสของผม ”

กนาบรี้ปีก บาเยิร์น มั่นใจถ้าไม่ลาปืนใหญ่คงไม่มีทางแฮปปี้เหมือนทุกวันนี้

   ดาวเตะดีกรีทีมชาติเยอรมันเคยลับฝีเท้าอยู่กับอาร์เซนอลสมัยเริ่มต้นเป็นนักเตะอาชีพ แต่กลับมาแจ้งเกิดแวร์เดอ เบรเมนในช่วงซีซั่น2016/17 เนื่องจากซัดไปถึง11ประตูจากการลงสนาม27เกม “ ตอนผมอยู่ในอังกฤษ(อาร์เซนอล)มันเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม แม้ผมจะไม่สามารถยึดตำแหน่งในทีมชุดใหญ่ได้ แต่การได้ซ้อมกับผู้เล่นอย่างแชมเบอร์เลน,วัลคอตต์,อเล็กซิส หรือกาซอล่ามันเป็นอะไรที่ล้ำค่ามากๆ ในทางกลับกันมันก็ทำให้ผมได้เล่นน้อยมากๆ พวกเค้าบอกกับผมแค่ให้รอ…รอ….แล้วก็รอ จนถึงจุดที่ผมรู้สึกว่าผมต้องเปิดโอกาสใหม่ๆให้ตัวเองบ้าง และมันก็เป็นไปอย่างยอดเยี่ยมในการกลับมาเล่นในเยอรมัน ”

   “ มันไม่ง่ายนะการที่หันหลังให้ทีมระดับอาร์เซนอล แต่หากดูสิ่งที่ผมได้รับตอนนี้ก็ต้องบอกว่าผมทำถูกแล้ว ผมได้เล่นกับบาเยิร์น มิวนิคและเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มันเป็นโอกาสที่คุณจะได้ดวลกับทีมระดับท็อปของยุโรป มันคงวิเศษถ้าเรา(บาเยิร์น มิวนิค)จะได้ครองแชมป์ยุโรปสมัยที่หก ” ปีกวัย24ปีกล่าวอย่างมุ่งมั่น โดยซีซั่นนี้เสือใต้เข้าร่วมศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกในกลุ่มบี และกำลังมีโปรแกรมบุกไปเยือนสเปอร์สในทัวนาเมนต์ดังกล่าว

มาเลน

    หากย้อนกลับไปยุค90ทีมดังอย่างเอซีมิลานนั้นมักมีชื่ออยู่ในกลุ่มหัวตารางของศึกกัลโช่ เซเรียอาอย่างเหนียวแน่น ทว่าเมื่อกาลเวลาเดินมาถึงตรงนี้ความยิ่งใหญ่ของปีศาจแดงดำก็ดูจะตกต่ำลงไป ถึงขนาดมิลานดาร์บี้หนล่าสุดพวกเค้าก็โดนอินเตอร์มิลานบุกมาเอาชนะได้2-0 แม้ว่าพวกเค้าจะสู้ได้ดีพอสมควรทว่าจุดสำคัญก็คือมิลานไม่มีตัวจบสกอร์ที่พึ่งพาได้ และทำให้กุนซือมาร์โก้ จามเปาลีกำลังมองหาดาวยิงฝีเท้าดีมาเสริมทัพในช่วงเดือนมกราคม(ตลาดซื้อ-ขายผู้เล่นจะกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง)

     เอซิมิลานยิงเข้ากรอบเพียงแค่ครั้งเดียวในเกมที่พ่ายต่ออินเตอร์0-2 ทั้งๆที่ได้เล่นในบ้าน สะท้อนให้เห็นเลยว่าคริสตอฟ เปียเท็คกองหน้าชาวโปลแลนด์นั้นยังไม่อาจไว้เนื้อเชื่อใจได้ จนนำพาให้มาร์โก้ จามเปาลีหวังจะดึงตัวดอนเยลล์ มาเลนดาวยิงฟอร์มฮอตของพีเอสวี ไอน์โฮเฟ่นมาเสริมเกมรุก หลังจากกองหน้ารายนี้ซัดไปแล้ว9ประตูจากการลงสนาม12นัด(รวมทุกรายการ) นำพาให้ทั้งลิเวอร์พูล และอาร์เซนอลต่างก็หมายตาดาวยิงรายนี้อยู่ด้วยกันทั้งคู่

มาเลน เคยบ่มฝีเท้าจากอาร์แจ็กและอาร์เซนอลก่อนฉายแววที่พีเอสวี

   ดอนเยลล์ มาเลนถูกพีเอสวี ไอน์โฮเฟ่นตั้งราคาไว้ที่ไม่ต่ำกว่า50ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าแพงใช่เล่นสำหรับดาวรุ่งที่มีอายุเพียง20ปี ทว่าผลงานของดาวยิงดัตซ์ในช่วงหลังก็บาดหูบาดตาทีมดังทั้งหลายในยุโรป เมื่อมาเลนยิงคนเดียว5ประตูในเกมที่พีเอสวีเอาชนะวิเทสส์5-0 ซึ่งเป็นการทำลายสถิติการยิงประตูมากที่สุดในแม็ตซ์เดียวของลีกฮอลล์แลนด์ในรอบ55ปี จนทำให้ดาวยิงวัย20กะรัตถูกโรนัลด์ คูมันน์เรียกตัวมารับใช้ทัพกังหัน(ทีมชาติฮอลล์แลนด์)ไปเป็นที่เรียบร้อยแถมยังสามารถเบิกสกอร์แรกในนามทีมชาติได้แล้วอีกต่างหาก

    แต่เดิมดอนเยลล์ มาเลนได้ฝึกทักษะตั้งแต่เด็กกับอะคาเดมี่ของอาร์แจ็ก อัมสเตอร์ดัม ก่อนจะถูกอาร์เซนนอลคว้าตัวไปบ่มฝีเท้าต่อในปี2015 ภายหลังจากใช้ชีวิตที่ลอนดอนอยู่สองปีเจ้าตัวก็ไม่อาจพิสูจน์ตัวเองกับทีมปืนใหญ่ได้จนถูกขายเลหลังให้กับพีเอสวี ไอน์โฮเฟ่นด้วยค่าตัวเพียง500,000ปอนด์เท่านั้น และภายหลังจากได้รับโอกาสดันขึ้นทีมชุดใหญ่ของพีเอสวีในปี2017 ดอนเยลล์ มาเลนก็ตอบแทนต้นสังกัดด้วยผลงานการทำสกอร์20ประตูจากการลงเล่นไปแล้ว58เกม

เปเป้

   การประกาศคว้าตัวนิโกล่า เปเป้ของอาร์เซนอลนั้นเป็นดีลที่สร้างความฮือฮาอย่างมากของตลาดแลกเปลี่ยนผู้เล่นในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เนื่องจากปีกชาวไอเวอร์รี่ โคสต์ทำผลงานอย่างโดดเด่นในลีกเอิง ด้วยลีลาการลากเลื้อยที่ป่วนฝ่ายตรงข้ามชนิดหัวทิ่มหัวตำ อีกทั้งการจบสกอร์ก็ยังไว้ใจได้เมื่อเค้ายิงไปถึง23ประตูจากการลงสนาม41เกมกับลีลล์เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา กลายเป็นผู้เล่นที่ได้รับความสนใจจากทีมชั้นนำของยุโรปไม่ว่าจะเป็นนาโปลี,ลิเวอร์พูล และแมนยู

   และภายหลังจากการลงเล่นให้อาร์เซนอลไปเพียง153นาที แบบยังไม่มีแอตซิสต์หรือประตู เปเป้ก็ได้สร้างสถิติที่น่าสนใจขึ้นมาเป็นเกียรติประวัติส่วนตัว นั่นก็คือเค้ากลายเป็นผู้เล่นที่สามารถเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งได้เยอะสุดในพรีเมียร์ที่จำนวน11ครั้ง ทั้งที่เพิ่งจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกแค่นัดเดียว และที่สำคัญจำนวน7ครั้งที่เลี้ยงผ่านคู่แข่งมาได้แบบสดๆร้อนๆเป็นการเอาชนะแนวรับของลิเวอร์พูล ทีมที่มีสถิติเกมรับที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา

เรดแน็ปป์ยังงง เปเป้ ป่วนแนวรับลิเวอร์พูลหัวปั่นในเกมล่าสุด

   ผลงานที่อาร์เซนอลบุกไปพ่ายลิเวอร์พูล1-3นั่น แม้ในแง่สกอร์การแข่งขันจะเป็นที่น่าชื่นใจ แต่ในรายละเอียดการเล่นแล้วแท้ที่จริงแล้วลิเวอร์พูลโดนลบเหลี่ยมในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นการหยุดสถิติหินผาของเฟอร์กิล ฟาน ไดค์ที่ไม่ปล่อยให้ใครเลี้ยงบอลผ่านได้เลยมา50เกมซึ่งก็โดนนิโกล่า เปเป้นี่ละที่ฉีกกระชากทำลายลงไปเป็นที่เรียบร้อย “ เอาตรงๆแม้แต่ผู้เล่นของแมนซิตี้คู่แข่งที่ผมคิดว่าสมน้ำสมเนื้อกับลิเวอร์พูล ก็ยังไม่มีใครที่จะเล่นงานแอนดรูส์ โรเบิร์ตสันและฟาน ไดค์ได้เสียเชิงขนาดนี้นะ ผมว่าเปเป้กำลังอันตรายขึ้นเรื่อยๆ เค้ากำลังปรับตัวฉะนั้นผมคงพูดกันได้เต็มปากว่านี่ยังไม่ใช่เปเป้เวอชั่นที่ดีที่สุด แล้วถ้าวันไหนที่เค้าปรับตัวกับอาร์เซนอลได้แล้วละ อะไรจะเกิดขึ้น? ” เจที่ เรดแน็ปป์อดีตมิดฟิลด์ของลิเวอร์พูลได้วิเคราะห์ไว้อย่างน่าสนใจหลังจบแม็ตซ์

   ซึ่งแฟนบอลอาร์เซนอลคงเสียดายแทนเปเป้อยู่เหมือนกัน เนื่องจากในเกมกับลิเวอร์พูลเจ้าตัวมีโอกาสที่พังสกอร์แรกในพรีเมียร์ลีกอยู่เหมือนกัน(ปั่นโค้งเฉี่ยวสามเหลี่ยม,ลากเดี่ยวๆไปยิงติดเซฟ) อ่านมาถึงตรงนี้คุณคิดเหมือนผมไหม? เปเป้กำลังทำให้หลายคนนึกถึงเค้า…ผู้เล่นอาร์เซนอลผู้สร้างความหวาดหวั่นให้กองหลังฝั่งตรงข้าม ชายที่ชื่อว่า เธียรี่ อองรี!