บาเยิร์น

   ศึกบุนเดสลีก้าเพิ่งจะมีการเปลี่ยนตำแหน่งจ่าฝูงเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อบาเยิร์นมิวนิคเก็บสามแต้มเหนือเอสซี พาเดบอนด์ สวนทางกับแอร์เบ ไลป์ซิกที่พ่ายชาลเก้คาบ้าน โดยมีแซจต์ กนาบรี้เป็นตัวแปรสำคัญในการนำพาให้เสือใต้กลับมาครองตำแหน่งหัวตารางลีกเมืองเบียร์อีกครั้ง หลังปีกตัวจี๊ดมีทั้งชื่อทำประตูและทำแอตซิสต์ในเกมล่าสุด

   แซจต์ กนาบรี้เป็นคนเบิกสกอร์แรกในเกมที่บาเยิร์น มิวนิคบุกไปชนะเอลซี พาเดบอนด์3-2 และกำลังอยู่ในช่วงฟอร์มเข้าฝักซึ่งเจ้าตัวยอมรับการมีนักเตะซุปเปอร์สตาร์เข้ามาร่วมทีมมากยิ่งขึ้นเป็นแรงผลักดันให้ฟอร์มของเค้าพุ่งกระฉูด “ ผมเป็นคนมองโลกในแง่ดีเสมอ ตอนปรีซีซั่นเราไม่รู้ว่าจะมีนักเตะใหม่มาร่วมทีมไหม แต่ในที่สุดเราเซ็นสัญญากับคูตินโญ่ และเปริซิส มันทำให้เรามีทีมที่แข็งแกร่ง แต่จะมีบางคนได้เล่นบางคนต้องรอข้างสนาม ฉะนั้นเราทุกคนต้องเค้นฟอร์มที่ดีที่สุดของตัวเองออกมาให้ได้ นั่นคือโฟกัสของผม ”

กนาบรี้ปีก บาเยิร์น มั่นใจถ้าไม่ลาปืนใหญ่คงไม่มีทางแฮปปี้เหมือนทุกวันนี้

   ดาวเตะดีกรีทีมชาติเยอรมันเคยลับฝีเท้าอยู่กับอาร์เซนอลสมัยเริ่มต้นเป็นนักเตะอาชีพ แต่กลับมาแจ้งเกิดแวร์เดอ เบรเมนในช่วงซีซั่น2016/17 เนื่องจากซัดไปถึง11ประตูจากการลงสนาม27เกม “ ตอนผมอยู่ในอังกฤษ(อาร์เซนอล)มันเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม แม้ผมจะไม่สามารถยึดตำแหน่งในทีมชุดใหญ่ได้ แต่การได้ซ้อมกับผู้เล่นอย่างแชมเบอร์เลน,วัลคอตต์,อเล็กซิส หรือกาซอล่ามันเป็นอะไรที่ล้ำค่ามากๆ ในทางกลับกันมันก็ทำให้ผมได้เล่นน้อยมากๆ พวกเค้าบอกกับผมแค่ให้รอ…รอ….แล้วก็รอ จนถึงจุดที่ผมรู้สึกว่าผมต้องเปิดโอกาสใหม่ๆให้ตัวเองบ้าง และมันก็เป็นไปอย่างยอดเยี่ยมในการกลับมาเล่นในเยอรมัน ”

   “ มันไม่ง่ายนะการที่หันหลังให้ทีมระดับอาร์เซนอล แต่หากดูสิ่งที่ผมได้รับตอนนี้ก็ต้องบอกว่าผมทำถูกแล้ว ผมได้เล่นกับบาเยิร์น มิวนิคและเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มันเป็นโอกาสที่คุณจะได้ดวลกับทีมระดับท็อปของยุโรป มันคงวิเศษถ้าเรา(บาเยิร์น มิวนิค)จะได้ครองแชมป์ยุโรปสมัยที่หก ” ปีกวัย24ปีกล่าวอย่างมุ่งมั่น โดยซีซั่นนี้เสือใต้เข้าร่วมศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกในกลุ่มบี และกำลังมีโปรแกรมบุกไปเยือนสเปอร์สในทัวนาเมนต์ดังกล่าว

มาเลน

    หากย้อนกลับไปยุค90ทีมดังอย่างเอซีมิลานนั้นมักมีชื่ออยู่ในกลุ่มหัวตารางของศึกกัลโช่ เซเรียอาอย่างเหนียวแน่น ทว่าเมื่อกาลเวลาเดินมาถึงตรงนี้ความยิ่งใหญ่ของปีศาจแดงดำก็ดูจะตกต่ำลงไป ถึงขนาดมิลานดาร์บี้หนล่าสุดพวกเค้าก็โดนอินเตอร์มิลานบุกมาเอาชนะได้2-0 แม้ว่าพวกเค้าจะสู้ได้ดีพอสมควรทว่าจุดสำคัญก็คือมิลานไม่มีตัวจบสกอร์ที่พึ่งพาได้ และทำให้กุนซือมาร์โก้ จามเปาลีกำลังมองหาดาวยิงฝีเท้าดีมาเสริมทัพในช่วงเดือนมกราคม(ตลาดซื้อ-ขายผู้เล่นจะกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง)

     เอซิมิลานยิงเข้ากรอบเพียงแค่ครั้งเดียวในเกมที่พ่ายต่ออินเตอร์0-2 ทั้งๆที่ได้เล่นในบ้าน สะท้อนให้เห็นเลยว่าคริสตอฟ เปียเท็คกองหน้าชาวโปลแลนด์นั้นยังไม่อาจไว้เนื้อเชื่อใจได้ จนนำพาให้มาร์โก้ จามเปาลีหวังจะดึงตัวดอนเยลล์ มาเลนดาวยิงฟอร์มฮอตของพีเอสวี ไอน์โฮเฟ่นมาเสริมเกมรุก หลังจากกองหน้ารายนี้ซัดไปแล้ว9ประตูจากการลงสนาม12นัด(รวมทุกรายการ) นำพาให้ทั้งลิเวอร์พูล และอาร์เซนอลต่างก็หมายตาดาวยิงรายนี้อยู่ด้วยกันทั้งคู่

มาเลน เคยบ่มฝีเท้าจากอาร์แจ็กและอาร์เซนอลก่อนฉายแววที่พีเอสวี

   ดอนเยลล์ มาเลนถูกพีเอสวี ไอน์โฮเฟ่นตั้งราคาไว้ที่ไม่ต่ำกว่า50ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าแพงใช่เล่นสำหรับดาวรุ่งที่มีอายุเพียง20ปี ทว่าผลงานของดาวยิงดัตซ์ในช่วงหลังก็บาดหูบาดตาทีมดังทั้งหลายในยุโรป เมื่อมาเลนยิงคนเดียว5ประตูในเกมที่พีเอสวีเอาชนะวิเทสส์5-0 ซึ่งเป็นการทำลายสถิติการยิงประตูมากที่สุดในแม็ตซ์เดียวของลีกฮอลล์แลนด์ในรอบ55ปี จนทำให้ดาวยิงวัย20กะรัตถูกโรนัลด์ คูมันน์เรียกตัวมารับใช้ทัพกังหัน(ทีมชาติฮอลล์แลนด์)ไปเป็นที่เรียบร้อยแถมยังสามารถเบิกสกอร์แรกในนามทีมชาติได้แล้วอีกต่างหาก

    แต่เดิมดอนเยลล์ มาเลนได้ฝึกทักษะตั้งแต่เด็กกับอะคาเดมี่ของอาร์แจ็ก อัมสเตอร์ดัม ก่อนจะถูกอาร์เซนนอลคว้าตัวไปบ่มฝีเท้าต่อในปี2015 ภายหลังจากใช้ชีวิตที่ลอนดอนอยู่สองปีเจ้าตัวก็ไม่อาจพิสูจน์ตัวเองกับทีมปืนใหญ่ได้จนถูกขายเลหลังให้กับพีเอสวี ไอน์โฮเฟ่นด้วยค่าตัวเพียง500,000ปอนด์เท่านั้น และภายหลังจากได้รับโอกาสดันขึ้นทีมชุดใหญ่ของพีเอสวีในปี2017 ดอนเยลล์ มาเลนก็ตอบแทนต้นสังกัดด้วยผลงานการทำสกอร์20ประตูจากการลงเล่นไปแล้ว58เกม

เปเป้

   การประกาศคว้าตัวนิโกล่า เปเป้ของอาร์เซนอลนั้นเป็นดีลที่สร้างความฮือฮาอย่างมากของตลาดแลกเปลี่ยนผู้เล่นในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เนื่องจากปีกชาวไอเวอร์รี่ โคสต์ทำผลงานอย่างโดดเด่นในลีกเอิง ด้วยลีลาการลากเลื้อยที่ป่วนฝ่ายตรงข้ามชนิดหัวทิ่มหัวตำ อีกทั้งการจบสกอร์ก็ยังไว้ใจได้เมื่อเค้ายิงไปถึง23ประตูจากการลงสนาม41เกมกับลีลล์เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา กลายเป็นผู้เล่นที่ได้รับความสนใจจากทีมชั้นนำของยุโรปไม่ว่าจะเป็นนาโปลี,ลิเวอร์พูล และแมนยู

   และภายหลังจากการลงเล่นให้อาร์เซนอลไปเพียง153นาที แบบยังไม่มีแอตซิสต์หรือประตู เปเป้ก็ได้สร้างสถิติที่น่าสนใจขึ้นมาเป็นเกียรติประวัติส่วนตัว นั่นก็คือเค้ากลายเป็นผู้เล่นที่สามารถเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งได้เยอะสุดในพรีเมียร์ที่จำนวน11ครั้ง ทั้งที่เพิ่งจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกแค่นัดเดียว และที่สำคัญจำนวน7ครั้งที่เลี้ยงผ่านคู่แข่งมาได้แบบสดๆร้อนๆเป็นการเอาชนะแนวรับของลิเวอร์พูล ทีมที่มีสถิติเกมรับที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา

เรดแน็ปป์ยังงง เปเป้ ป่วนแนวรับลิเวอร์พูลหัวปั่นในเกมล่าสุด

   ผลงานที่อาร์เซนอลบุกไปพ่ายลิเวอร์พูล1-3นั่น แม้ในแง่สกอร์การแข่งขันจะเป็นที่น่าชื่นใจ แต่ในรายละเอียดการเล่นแล้วแท้ที่จริงแล้วลิเวอร์พูลโดนลบเหลี่ยมในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นการหยุดสถิติหินผาของเฟอร์กิล ฟาน ไดค์ที่ไม่ปล่อยให้ใครเลี้ยงบอลผ่านได้เลยมา50เกมซึ่งก็โดนนิโกล่า เปเป้นี่ละที่ฉีกกระชากทำลายลงไปเป็นที่เรียบร้อย “ เอาตรงๆแม้แต่ผู้เล่นของแมนซิตี้คู่แข่งที่ผมคิดว่าสมน้ำสมเนื้อกับลิเวอร์พูล ก็ยังไม่มีใครที่จะเล่นงานแอนดรูส์ โรเบิร์ตสันและฟาน ไดค์ได้เสียเชิงขนาดนี้นะ ผมว่าเปเป้กำลังอันตรายขึ้นเรื่อยๆ เค้ากำลังปรับตัวฉะนั้นผมคงพูดกันได้เต็มปากว่านี่ยังไม่ใช่เปเป้เวอชั่นที่ดีที่สุด แล้วถ้าวันไหนที่เค้าปรับตัวกับอาร์เซนอลได้แล้วละ อะไรจะเกิดขึ้น? ” เจที่ เรดแน็ปป์อดีตมิดฟิลด์ของลิเวอร์พูลได้วิเคราะห์ไว้อย่างน่าสนใจหลังจบแม็ตซ์

   ซึ่งแฟนบอลอาร์เซนอลคงเสียดายแทนเปเป้อยู่เหมือนกัน เนื่องจากในเกมกับลิเวอร์พูลเจ้าตัวมีโอกาสที่พังสกอร์แรกในพรีเมียร์ลีกอยู่เหมือนกัน(ปั่นโค้งเฉี่ยวสามเหลี่ยม,ลากเดี่ยวๆไปยิงติดเซฟ) อ่านมาถึงตรงนี้คุณคิดเหมือนผมไหม? เปเป้กำลังทำให้หลายคนนึกถึงเค้า…ผู้เล่นอาร์เซนอลผู้สร้างความหวาดหวั่นให้กองหลังฝั่งตรงข้าม ชายที่ชื่อว่า เธียรี่ อองรี!