โอเว่น

    ด้วยผลงานการบินสูงของหงส์แดงในซีซั่นนี้ทำให้พวกเค้าถูกยกว่าอาจสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกแบบไร้พ่ายเช่นเดียวกับอาร์เซนอลในฤดูกาล2003/04 แม้ว่ายังเหลือเกินอีกหลายนัดแต่ทว่าไมเคิล โอเว่นอดีตเด็กปั้นของชาวเดอะค็อปก็ได้ออกมายืนยันว่ายังไงซะเวลานี้ลิเวอร์พูลก็ได้กลายเป็นทีมที่แกร่งที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งพรีเมียร์ลีกเป็นที่เรียบร้อย

    ลิเวอร์พูลนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกแบบสุดชิลเมื่อทิ้งห่างเลสเตอร์อันดับสองถึง13แต้มแถมยังลงเล่นน้อยกว่าอีกหนึ่งเกมด้วย ซึ่งมาตรฐานนี้เองที่ทำให้โอเว่นมองว่าเป็นมาตรฐานใหม่ที่ยากจะหาใครมาเทียบได้ “ มีการพูดถึงแชมป์เก่าพรีเมียร์ลีกหลายต่อหลายทีม แต่มันก็ไม่เคยมีใครทำแต้มหลังผ่านไปครึ่งทางได้มากมายขนาดนี้ ฉะนั้นผมคิดว่าลิเวอร์พูลได้ยกมาตรฐานตัวเองขึ้นไปไกลแล้ว แม้จะยังไม่ได้ชูถ้วยแชมป์แต่ทีมชุดนี้ก็ได้กลายเป็นทีมที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งพรีเมียร์ลีกในปี1992 ”

    “ บางคนอาจจะพูดว่าไม่นะพวกนายยังไม่ได้แชมป์ซะหน่อย ก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะผมไม่ได้บอกว่าเราเป็นแชมป์ที่เก่งที่สุด ผมบอกว่าเราคือทีมที่ดีที่สุดเพราะถ้าเทียบกับแชมป์เก่าก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยมีทีมไหนทำแต้มได้มากกว่าเราหนิ แต่มันคนละประเด็น เช่นถ้าเราแพ้ทีมอื่นในปีนี้เราก็คงพูดไม่ได้ว่าดีกว่าอาร์เซนอลในปี2003 ” โอเว่นชี้แจง

โอเว่น ชี้ลิเวอร์พูลต้องยืนระยะความสำเร็จเพื่อลบคาสบประมาท

    นอกจากนี้เจ้าของฉายา “ เบบี้โกล ” ยังได้กระตุ้นทีมรักให้ยืนระยะความสำเร็จในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ให้ได้ยาวนานต่อเนื่องเพื่อที่จะลบข้อกังขาของเหล่าแฟนบอลจอมแช่งทั้งหลาย “ ลิเวอร์พูลอยู่ในเงามืดมานาน การไม่เคยได้แชมป์พรีเมียร์ลีกมันทำให้เราไม่เคยได้รับเครดิตแม้ว่าวันนี้ลิเวอร์พูลจะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการลูกหนังอังกฤษแล้วก็ตาม ผมคิดว่าแค่ถ้วยพรีเมียร์ลีกใบเดียวก็ยังไม่พอนะ เราต้องสร้างความสำเร็จ2-3สมัยขึ้นไปเพื่อกลบเสียงวิจารณ์เหล่านี้ ”

    “ มันมีโอกาสแน่นอนเพราะทีมเรามีความแข็งแกร่งในทุกๆตำแหน่ง เราไม่ได้มีเพียงซาล่า,มาเน่ และฟีร์มีโน่ นักเตะอย่างเทรนด์,แชมเบอร์เลน,โอริกี้,เกอิต้า หรือโกเมสต่างก็ทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยมแถมยังเหลืออายุการใช้งานอีกมาก ผมเชื่อว่าเจอร์เกน คล็อปป์จะสร้างลิเวอร์พูลให้ยิ่งใหญ่ต่อเนื่องได้ มันอาจฟังดูน่าหมั่นไส้แต่ผมมั่นใจว่าเรายังแข็งแกร่งได้มากกว่านี้อีกมากโขเลยละ ” อดีตกองหน้าวัย40ปีกล่าวอย่างมั่นใจ

มิลเนอร์

    ถ้าพูดถึงนักเตะมากประสบการณ์ผู้ซึ่งเป็นเสมือนผู้ปิดทองหลังพระให้กับลิเวอร์พูลมาตลอดชื่อเจมส์ มิลเนอร์คงจะเป็นสิ่งที่หลายคนต่างให้การยอมรับ ทว่าด้วยอายุอานามที่มากขึ้นทุกทีก็ทำให้เวลาในสีเสื้อหงส์แดงใกล้จะหมดลงเต็มทีเนื่องจากสัญญาของเจ้าตัวกำลังจะหมดลงในช่วงจบซีซั่นนี้เท่านั้น แล้วตัวนักเตะเองก็ยอมรับแต่เนิ่นๆแล้วว่าคงต้องย้ายออกเพื่อหาความท้าทายใหม่ๆต่อไป

    มิลเนอร์กำลังจะมีอายุครบ34ปีในช่วงเดือนมกราคมได้เปิดเผยว่านี่คงจะเป็นช่วงท้ายกับชีวิตค้าแข้งในแอนด์ฟิล “ ผมยังมีร่างกายที่ดีเยี่ยมและยังไม่คิดเรื่องแขวนสตั๊ด ฉะนั้นผมคงเปิดรับโอกาสใหม่ๆในทุกรูปแบบ อาจจะเป็นลีกอื่นๆไปเลยก็ได้หรือแม้แต่การกลับไปเล่นให้ลีดส์ ยูไนเต็ด ผมไม่ปิดโอกาสใดๆทั้งนั้นแต่แน่นอนว่าครอบครัวของผมคงมีส่วนในการตัดสินใจด้วยก็ตาม ”

    เมื่อถูกถามเรื่องชีวิตหลังเลิกเล่นมิลเนอร์ก็ตอบรับทันทีว่าเจ้าตัวคงเลือกที่จะทำงานใกล้ชิดกับนักฟุตบอลต่อไปอย่างแน่นอน “ ผมยังไม่ได้เริ่มต้นอบรมโค้ช แต่มันต้องเกิดขึ้นแน่ๆเพราะผมไม่คิดจะไปในสายพวกนักวิเคราะห์เกมการแข่งขัน ผมยังอยากคลุกคลีกับสนามซ้อมและการแข่งขันอย่างใกล้ชิด อีกทั้งผมยังรู้สึกว่าตัวเองได้ความรู้ประสบการณ์ในช่วงค้าแข้งเยอะมาก มันคงดีที่ผมจะได้ส่งต่อสิ่งเหล่านี้ให้นักฟุตบอลรุ่นต่อๆไป ” อดีตเด็กปั้นยูงทองกล่าวอย่างมุ่งมั่น

มิลเนอร์ อ่อยหากได้กลับไปรับใช้ลีดส์คงเป็นที่น่าปลาบปลื้มใจ

    นอกจากนี้มิลเนอร์ยังได้บอกเป็นนัยว่ามีความตั้งใจที่จะกลับไปสวมยูนิฟอร์มของทีมยูงทองอีกครั้งเช่นกันเพียงแต่ยังไม่แน่ใจว่าอดีตสังกัดในลีกเดอะแชมเปี้ยนส์ชิปจะยังต้องการใช้งานตนอยู่หรือเปล่า “ ลีดส์ยูไนเต็ดคือทีมในดวงใจ ทั้งยังเป็นสโมสรที่ปลุกปั้นผมขึ้นมา ดังนั้นผมคือแฟนบอลของพวกเค้าตลอดมาและยังหวังว่าทีมจะกลับมาแข็งแกร่งได้เหมือนในอดีตอีกด้วย ถ้ามีโอกาสที่จะได้ช่วยทีมอีกครั้งมันคงเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมไปเลย แต่มันยังไม่มีการติดต่อเข้ามา ”

     สุดท้ายมิลเนอร์ก็ได้ตัดบทว่าเรื่องสโมสรใหม่ยังไม่ใช่เรื่องที่ตนให้ความสำคัญเพราะอยากโฟกัสที่จะพาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกให้สำเร็จให้จงได้เสียก่อน “ ผมไม่ได้ตั้งเงื่อนไขเรื่องเวลากับเรื่องนี้ เพราะผมเป็นคนประเภทชอบอยู่กับปัจจุบัน และตอนนี้ความตั้งใจที่มีผมทุ่มให้กับการพาลิเวอร์พูลประสบความสำเร็จให้ได้เท่านั้น ”

เทรนด์

    แม้ว่าลิเวอร์พูลจะนำโด่งเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกด้วยผลงานถึงชนะ15นัดและเสมอนัดเดียว แต่แบ๊คขวาฟอร์มาแรงอย่างเทรนด์ อเล็กซานเดอร์-อาโนลด์ก็ยังออกมาบอกกล่าวว่านักเตะหงส์แดงยังเก็บรายละเอียดที่ผิดพลาดเล็กๆน้อยๆในแต่ละเกมกลับมาแก้ไขอยู่เสมอ เนื่องจากพวกเค้าไม่ได้สำคัญตัวว่าลิเวอร์พูลอยู่ในฟอร์มการเล่นที่สมบูรณ์แบบอย่างที่นักวิจารณ์ชอบพูดถึงกัน

    “ ใช่เราเก็บชัยชนะได้ต่อเนื่องมันเป็นเรื่องน่ายินดี เรารู้ว่าลิเวอร์พูลกำลังอยู่ในฟอร์มที่ดีแต่มันไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ มันจะมีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่เจ้าน้อยจดไว้แล้วบอกเราในวันรุ่งขึ้น  นั่นเป็นบทเรียนใหม่ๆที่นักเตะยังต้องทำให้ดียิ่งๆขึ้นไปในทุกๆวัน และมันจะไม่มีคำว่าดีพอ ”    

     “ มันเป็นไปได้หมดแนวคิดของเจอร์เกน คล็อปป์คือเมื่อคุณพลาดก็อาจโดนลงโทษ ฉะนั้นข้อผิดพลาดบางอย่างที่เราได้รู้มันอาจยังไม่ทำทีมไม่เสียประตู แต่เราจะไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นอีก ลิเวอร์พูลต้องการลงเล่นโดยที่มีรายละเอียดผิดพลาดให้น้อยที่สุด ” เทรนด์-อาโนลด์กล่าวอย่างแข็งขัน

ลิเวอร์พูลมีบทเรียนจากปีก่อน เทรนด์ ชี้ปีนี้ไม่ประมาทอีกแล้ว

    เทรนด์ อเล็กซานเดอร์-อาโนลด์ยังได้เท้าความถึงความผิดหวังจากซีซั่นที่แล้วที่ลิเวอร์พูลทำแต้มนำเป็นจ่าฝูงอยู่พักใหญ่ก่อนจะโดนแมนซิตี้พลิกกับมาแซงเข้าวินไปอย่างน่าเจ็บใจ ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้หัวจิตหัวใจและสมาชิกของนักเตะลิเวอร์พูลเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนในซีซั่นนี้ “ เราฝันถึงการคว้าแชมป์ตั้งแต่ปีก่อน แต่พวกเราก็เสียแต้มจากผลเสมอมากเกินไป การได้เห็นซิตี้ฉลองแชมป์มันบาดใจพวกเราอย่างมาก แต่ความผิดหวังเหล่านั้นมันก็มีผลกระทบกับเราอยู่เหมือนกัน ”

    “ ปีนี้เรามองหาแต่ชัยชนะเท่านั้น การเสมอหรือแพ้ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในความคิดของเรา พูด ณ วันนี้มันอาจจะถึงจุดที่เราทำแต้มหลุดมือบ้าง แต่ตอนนี้เราชนะมาแล้ว15เกม เราพยายามหนีช่องว่างคะแนนกับทีมอื่นๆให้มากที่สุด เรามั่นใจในทีมแต่เราก็ยังให้เกียรติคู่แข่งเสมอ แมนซิตี้ก็ยังคงเป็นทีมที่เราไม่ควรประมาทอยู่ดี ”

    สุดท้ายแบ็คขวาทีมชาติอังกฤษก็ยังยืนยันว่ายังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าลิเวอร์พูลจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก “ ลิเวอร์พูลต้องการเป็นแชมป์ แต่โอกาสยังคงเปิดกว้างประวัติศาสตร์ของถ้วยใบนี้มีให้เห็นแล้วว่าทุกอย่างมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้เสมอ เราจะไม่ถือตัวเองว่าเป็นแชมป์จนกว่าแต้มของเราจะขาดลอยอย่างแท้จริง ”

ฮาร์มันน์

    การได้มาซึ่งสตาร์อย่างฟิลิปเป้ คูตินโญ่ก็ทำให้แฟนบอลเสือใต้จำนวนไม่น้อยหัวใจพองโต ยิ่งเมื่อเจ้าตัวเริ่มมีชื่อทำสกอร์ และทำแอสซิสต์ให้เพื่อนขึ้นมาได้บ้างก็ยิ่งทำให้แฟนบอลส่วนใหญ่พร่ำเพ้อกันไปต่างๆนาๆว่าฟอร์มเทพของอดีตผู้เล่นลิเวอร์พูลกลับมาแล้ว ทว่าหลังจากผลงานในลีกของบาเยิร์น มิวนิคต้องสะดุดลงพร้อมสถิติการเสียประตูที่เลวร้าย3เกมหลังสุดพวกเค้าเสียถึง5ประตู จึงทำให้ดีทมาร์ ฮาร์มันน์อดีตกองกลางทัพอินทรีเหล็กต้องออกมาดักคอสาวกเสือใต้ว่าอย่าเพิ่งประเมินผลงานของคูตี้เกินจริงไปนัก เพราะเท่าที่เห็นดาวเตะแซมบ้ายังไม่ได้ทำผลงานแบบเป็นชิ้นเป็นอันได้เลย

     ดีทมาร์ ฮาร์มันน์ซึ่งเมื่อครั้งเป็นนักเตะก็เคยรับลิเวอร์พูลทีมเก่าของคูตินโญ่เช่นกัน ได้ออกมาตั้งแง่ว่าผลงานของคูตี้นั้นยังห่างไกลกลับคำว่ายอดเยี่ยมมากนัก “ คูตี้ปรับตัวได้ดีขึ้นบ้างเล็กน้อย แต่เราอย่าใช้ว่าโดดเด่นกับเค้าเชียว เค้ายังไม่ใกล้เคียงกับฟอร์มที่เคยทำได้ก่อนย้ายไปบาซ่าเลยซักนิด คูตี้ในตอนนี้ยังไม่ใช่คนที่จะกำหนดทิศทางเกมรุกให้กับบาเยิร์นได้อย่างเบล็ดเสร็จ ผมคิดว่าต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่เลยนะ อีกสิ่งหนึ่งที่เค้าต้องพัฒนาถ้าอยากสำเร็จที่นี่คือการเล่นเกมรับ เค้าต้องทำตัวให้มีประโยชน์เวลาที่ไม่มีบอลด้วย เห็นได้ชัดเลยว่าเค้ายังต้องแก้ไขอีกหลายจุด ” ฮาร์มันน์ในวัย46ปีวิเคราะห์ได้อย่างน่าสนใจ

ฮาร์มันน์ แย้งไม่ง่ายที่พี่เสือจะซื้อขาดหากคูตี้เล่นได้แค่นี้

   หลังผ่านการลงสนามไป10เกมจากทุกรายการ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ยิงไปแล้ว2ประตูพร้อมทำทางให้เพื่อนอีก4แอสซิสต์แม้ว่าจะเป็นผลงานที่ไม่เลว ทว่าดีทมาร์ ฮาร์มันน์กลับมองว่ายังถือว่าไม่เข้าตาถ้าเทียบกับความคาดหวังของบาเยิร์น มิวนิค “ บาเยิร์นทุ่มเทอย่างมากในการดึงตัวคูตี้มาจากบาเซโลน่า เพราะทีมคาดหวังอะไรที่แตกต่าง ฉะนั้นบอกเลยว่าแค่2ประตูกับ4แอสซิสต์ยังบอกอะไรไม่ได้ คูตี้ต้องสร้างมาตรฐานให้ตัวเองในระดับสมบูรณ์แบบหากคาดหวังว่าจะได้อยู่กับทีมแบบถาวร เค้าต้องจ่ายบอลทีเด็ดทีขาดให้ทีมบ่อยกว่านี้ และทำประตูให้ได้ซัก10ลูกขึ้นไป ”

   “ คูตี้เป็นยอดนักเตะเงื่อนไขซื้อขาดก็ไม่ใช่เงินน้อยๆ(120ล้านยูโร)คูตี้ต้องพาทีมประสบความสำเร็จแบบจับต้องได้เสียก่อนถึงจะไปคาดหวังจุดนั้น แต่สำหรับตอนนี้เค้าต้องตั้งหน้าตั้งตาเค้นฟอร์มให้ดียิ่งๆขึ้นไปให้ได้ ” อดีตมิดฟิลด์หงแดงกล่าวทิ้งท้าย

ลิเวอร์พูล

   ลิเวอร์พูลในช่วงสองปีให้หลังมานี้พวกเค้าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะสามประสานในแนวรุกโมฮัมเหม็ด ซาล่า,ซาดิโอ มาเน่ และโรแบโต้ ฟีร์มิโน่ที่สร้างความหวาดวิตกให้กับแนวรับฝ่ายตรงข้ามอยู่เสมอ ซึ่งแฟนบอลส่วนใหญ่อาจจะมองมาเน่ และซาล่าคืออาวุธหนักของทีมโดยหารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วโรแบโต้ ฟีร์มิโน่ต่างหากที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในเกมรุกของลิเวอร์พูล

   อดีตผู้เล่นลิเวอร์พูล อดัม บ็อกดานที่เคยอยู่ในแคมป์ฝึกซ้อมเดียวกับทั้งฟีร์มิโน่,มาเน่ และซาล่าได้บอกเล่ากับนักข่าวว่าฟีร์มิโน่ทำได้อย่างดีเยี่ยมในการซ้อมทุกๆครั้ง “ นักฟุตบอลแต่ละคนก็จะมีนิสัยที่ต่างกันไป บางคนจะขี้เกียจซ้อมแต่พอลงสนามจริงก็ทำได้ดีกว่าที่ซ้อมเหมือนออมแรงไว้ก่อนไปเอาจริงหลัง ในขณะที่บางคนซ้อมเต็มร้อยตลอดแต่พอลงเล่นจริงๆเหมือนจะดร็อบลงไปเหมือนเค้าใส่เต็มตอนซ้อมไปจนหมดแรงแล้ว แต่สำหรับฟีร์มิโน่นี่แตกต่างออกไปเค้าซ้อมได้ดีกว่าเพื่อนๆ แถมเวลาลงสนามเค้ากลับทำได้ดียิ่งกว่า นี่คือมาตรฐานที่เค้าแสดงออกตั้งแต่ย้ายเล่นกับลิเวอร์พูล ”

บ็อกดานชี้คล็อปป์&ฟีร์มิโน่คือนายบ่าวที่รู้ใจช่วย ลิเวอร์พูล ได้เฮ

   อดัม บ็อกดานประตูสำรองที่ย้ายมาแอนฟิลด์ช่วงเวลาไล่เลี่ยกันกับฟีร์มิโน่ได้เปิดเผยอีกว่าที่ฟีร์มิโน่ได้ดิบได้ดีกับลิเวอร์พูลก็มีผลมาจากการที่เจอร์เกน คล็อปป์ให้ความเชื่อมั่นกับสตาร์บราซิลแบบเต็มขั้น “ ฟีร์มิโน่ย้ายมาจากบุนเดสลีก้าซึ่งคล็อปป์ก็เคยเห็นผลงานของเค้ามาก่อน การได้ร่วมงานกันของเค้าทั้งสองมันก็เหมือนกับคู่รักได้มาเจอกัน มันคลิ๊กกันในแทบทันที บางคนอาจจะคิดว่าซาล่า หรือมาเน่ที่เป็นหัวใจสำคัญในเกมรุก แต่ที่จริงแล้วการเล่นของฟีร์มิโน่ต่างหากที่ทำให้เพื่อนร่วมทีมเล่นง่ายจนทั้งคู่โดดเด่นขึ้นมา ”

   ฟีร์มิโน่ลงเล่นให้ลิเวอร์พูลในซีซั่นใหม่ไปแล้ว6นัดยิงได้2ประตู และทำทางอีก3แอตซิสต์เรียกได้ว่าฟอร์มกำลังเข้าฝักเลยก็ว่าได้ “ ในการซ้อมพวกเราทุกคนต่างยอมรับว่าฟีร์มิโน่นั้นทำได้วิเศษสุดๆ แต่เมื่อไปเล่นในเกมจริงสิ่งที่เค้าทำกลับยิ่งน่าทึ่งกว่า ไอที่คนอื่นเรียกว่าพีกในพีกนั่นละที่คู่ควรกับฟีร์มิโน่ ยิ่งในเวลานี้เค้ากำลังมั่นใจสุดๆ มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหยุดเค้า เพราะบางครั้งที่คุณบีบให้เค้าต้องเล่นยากเค้าก็จะพลิกหาช่องทำทางให้เพื่อนได้เล่นต่ออย่างเหลือเชื่อ ” เจ้าของผลงานการเฝ้าเสา6นัดในซีซั่น2015/16กล่าวถึงฟีร์มิโน่อย่างชื่นชม

เปเป้

   การประกาศคว้าตัวนิโกล่า เปเป้ของอาร์เซนอลนั้นเป็นดีลที่สร้างความฮือฮาอย่างมากของตลาดแลกเปลี่ยนผู้เล่นในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เนื่องจากปีกชาวไอเวอร์รี่ โคสต์ทำผลงานอย่างโดดเด่นในลีกเอิง ด้วยลีลาการลากเลื้อยที่ป่วนฝ่ายตรงข้ามชนิดหัวทิ่มหัวตำ อีกทั้งการจบสกอร์ก็ยังไว้ใจได้เมื่อเค้ายิงไปถึง23ประตูจากการลงสนาม41เกมกับลีลล์เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา กลายเป็นผู้เล่นที่ได้รับความสนใจจากทีมชั้นนำของยุโรปไม่ว่าจะเป็นนาโปลี,ลิเวอร์พูล และแมนยู

   และภายหลังจากการลงเล่นให้อาร์เซนอลไปเพียง153นาที แบบยังไม่มีแอตซิสต์หรือประตู เปเป้ก็ได้สร้างสถิติที่น่าสนใจขึ้นมาเป็นเกียรติประวัติส่วนตัว นั่นก็คือเค้ากลายเป็นผู้เล่นที่สามารถเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งได้เยอะสุดในพรีเมียร์ที่จำนวน11ครั้ง ทั้งที่เพิ่งจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกแค่นัดเดียว และที่สำคัญจำนวน7ครั้งที่เลี้ยงผ่านคู่แข่งมาได้แบบสดๆร้อนๆเป็นการเอาชนะแนวรับของลิเวอร์พูล ทีมที่มีสถิติเกมรับที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา

เรดแน็ปป์ยังงง เปเป้ ป่วนแนวรับลิเวอร์พูลหัวปั่นในเกมล่าสุด

   ผลงานที่อาร์เซนอลบุกไปพ่ายลิเวอร์พูล1-3นั่น แม้ในแง่สกอร์การแข่งขันจะเป็นที่น่าชื่นใจ แต่ในรายละเอียดการเล่นแล้วแท้ที่จริงแล้วลิเวอร์พูลโดนลบเหลี่ยมในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นการหยุดสถิติหินผาของเฟอร์กิล ฟาน ไดค์ที่ไม่ปล่อยให้ใครเลี้ยงบอลผ่านได้เลยมา50เกมซึ่งก็โดนนิโกล่า เปเป้นี่ละที่ฉีกกระชากทำลายลงไปเป็นที่เรียบร้อย “ เอาตรงๆแม้แต่ผู้เล่นของแมนซิตี้คู่แข่งที่ผมคิดว่าสมน้ำสมเนื้อกับลิเวอร์พูล ก็ยังไม่มีใครที่จะเล่นงานแอนดรูส์ โรเบิร์ตสันและฟาน ไดค์ได้เสียเชิงขนาดนี้นะ ผมว่าเปเป้กำลังอันตรายขึ้นเรื่อยๆ เค้ากำลังปรับตัวฉะนั้นผมคงพูดกันได้เต็มปากว่านี่ยังไม่ใช่เปเป้เวอชั่นที่ดีที่สุด แล้วถ้าวันไหนที่เค้าปรับตัวกับอาร์เซนอลได้แล้วละ อะไรจะเกิดขึ้น? ” เจที่ เรดแน็ปป์อดีตมิดฟิลด์ของลิเวอร์พูลได้วิเคราะห์ไว้อย่างน่าสนใจหลังจบแม็ตซ์

   ซึ่งแฟนบอลอาร์เซนอลคงเสียดายแทนเปเป้อยู่เหมือนกัน เนื่องจากในเกมกับลิเวอร์พูลเจ้าตัวมีโอกาสที่พังสกอร์แรกในพรีเมียร์ลีกอยู่เหมือนกัน(ปั่นโค้งเฉี่ยวสามเหลี่ยม,ลากเดี่ยวๆไปยิงติดเซฟ) อ่านมาถึงตรงนี้คุณคิดเหมือนผมไหม? เปเป้กำลังทำให้หลายคนนึกถึงเค้า…ผู้เล่นอาร์เซนอลผู้สร้างความหวาดหวั่นให้กองหลังฝั่งตรงข้าม ชายที่ชื่อว่า เธียรี่ อองรี!

เวสต์แฮม

   นาทีนี้ไม่มีใครที่จะชีวิตดี๊ดีเท่ากับอาเดรียนนายประตูหน้าใหม่ของลิเวอร์พูลอีกแล้ว ก็มีอย่างที่ไหนเพิ่งย้ายมาไม่นานแถมเพิ่งจะได้รับโอกาสลงเล่นไปไม่ถึงสองเกมดี(สำรอง1เกม/ตัวจริง1เกม)ก็ได้ฉลองแชมป์กับเค้าแล้ว(คว้าแชมป์ยูฟ่าซุปเปอร์คัพ2019/20) จนทำให้มานูเอล เปเยกรีนี่เจ้านายเก่า(กุนซือเวสต์แฮม)ถึงกับออกปากเสียดายเมื่อเห็นผลงานของอดีตมือกาวชาวสเปน

อาเดรียนเด็กเก่า เวสต์แฮม งงดิครับเดือนที่แล้วยังตกงานอยู่เลยก่อนได้เฮกับหงส์

  แท้จริงแล้วอาเดรียนย้ายเข้ามายังแอนฟิลด์ในฐานะนายทวารตัวสำรอง ทว่าในเกมนัดเปิดฤดูกาลของลิเวอร์พูลนั้นอลิสซง เบ็กเกอร์ผู้รักษาประตูมือหนึ่งกลับได้รับบาดเจ็บอย่างโชคร้าย ทำให้อาเดรียนถูกหยิบมาใช้งานเร็วเกินความคาดหมาย และมือกาวชาวสเปนก็ไม่ทำให้ชาวเดอะค็อปต้องผิดหวัง เมื่อช่วยเซฟจุดโทษในเกมยูฟ่าซุปเปอร์คัพจนพาลิเวอร์พูลประเดิมแชมป์แรกของซีซั่นใหม่ได้สำเร็จ “ เมื่อเดือนก่อนผมยังเป็นนักเตะอิสระที่ยังไม่รู้อนาคตเลยว่าจะมีทีมไหนอนุญาตให้ผมได้เล่นฟุตบอลไหม แต่ตอนนี้ผมอยู่ในสีเสื้อของลิเวอร์พูลแถมคว้าแชมป์แรกในตลอดอาชีพการเป็นนักฟุตบอลอีกต่างหาก มันสุดยอดไปเลย ” อดีตประตูเวสต์แฮมกล่าวอย่างชื่นใจ
   ขณะเดียวกันมานูเอล เปเยกรีนี่ผู้ที่ตัดสินใจปล่อยตัวอาเดรียนพ้นทีมไปในช่วงสิ้นสุดฤดูกาลที่ผ่านมาก็ได้ออกมาแสดงทัศนะเช่นกัน “ ผมเห็นอาเดรียนได้แชมป์กับลิเวอร์พูล มันน่าดีใจจริงๆที่เห็นเค้าได้รับสิ่งนี้ อาเดรียนเป็นผู้รักษาประตูที่ดีมีความเป็นมืออาชีพ แต่เมื่อปีที่แล้วเค้ามีปัญหาบางอย่าง นั่นทำให้เค้าไม่ได้เล่นมากนักและที่จริงเราอยากให้เค้าอยู่ต่อ แต่ก็เข้าใจว่าเราคงไม่สามารถรับปากเค้าได้ว่าจะได้รับโอกาสลงเล่นมากน้อยแค่ไหน นั่นทำให้เราตกลงปล่อยตัวเค้าออกจากทีม สุดท้ายเค้าได้เซ็นสัญญากับทีมอย่างลิเวอร์พูลและสามารถช่วยทีมได้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ผมดีใจกับเค้าจริงๆ ”

   อาเดรียนเป็นผู้รักษาประตูที่มาหากินในพรีเมียร์ลีกตั้งแต่ปี2013 และมีประสบการณ์เฝ้าเสาให้เวสต์แฮมมาแล้วกว่า150เกม นั่นทำให้ดีลการเซ็นฟรีมือกาวชาวสเปนของลิเวอร์พูลในครั้งนี้ เป็นดีลที่คุ้มค่าจริงๆสำหรับเจอร์เกน คล็อปป์ ซึ่งการได้แชมป์ใบแรกในชีวิตของอาเดรียนคงช่วยเพิ่มความมั่นใจให้นายประตูวัย32ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเจ้าตัวยังคงจะได้รับบทเฝ้าเสาไปอีกอย่างน้อยร่วมเดือน เนื่องจากอลิสซง เบ็กเกอร์นั้นต้องพักรักษาตัวต่อไปอย่างน้อย6-8สัปดาห์