วิดัล

   สื่อดังอีเอสพีเอ็นได้เปิดเผยถึงรอยร้าวระหว่างอาตูโร่ วิดัลและเฮอร์เนสโต้ บัลเบเด้กุนซือบาเซล่า โดยมีชนวนเหตุมาจากการที่กองกลางชาวชิลีมีชื่อเป็นเพียงตัวสำรองในแม็ตซ์สำคัญที่จะเปิดคัมป์นูรับการมาเยือนของรีล มาดริด

    นักเตะบาเซโลน่าได้ลงซ้อมกันตามปกติเมื่อวันอังคารก่อนทำศึกเอลกลาซิโก้ แต่ทันทีที่เฮอร์เนสโต้ บัลเบเด้ประกาศรายชื่อ11ผู้เล่นตัวจริงโดยปราศจากชื่อของวิดัล ก็ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายทันทีเมื่ออดีตกองกลางบาเยิร์น มิวนิคแสดงอาการฉุนเฉียวทันที พร้อมเดินทางออกจาการซ้อมทันที่ทั้งที่ปกติเจ้าตัวมักออกจากสนามซ้อมเป็นคนสุดท้ายเสมอ แม้ว่าเพื่อนร่วมทีมจะพยายามปลอบใจวิดัลแล้วก็ตาม “ วิดัลรู้สึกเหมือนโดนหักหลัง เค้าทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อมีชื่อในเอลกลาซิโก้แต่ในที่สุดเค้าก็ต้องรอที่ข้างสนาม มันชัดเจนว่าบาเซโลน่ากำลังอยากให้เค้าย้ายออก ” หนึ่งในสมาชิกคนในของคัมป์นูให้ข้อมูล

    นั่นทำให้วิดัลที่มีสัญญาอยู่กับเบเซโลน่าถึงปี2021 น่าจะมองหาโอกาสย้ายออกในช่วงหลังปีใหม่ โดยเจ้าตัวไม่ต้องการที่จะรอคอยโอกาสที่ข้างสนามอีกต่อไป เพราะก่อนหน้านี้กองกลางวัย32กะรัตเพิ่งจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเพียง4เกมเท่านั้น

อินเตอร์แอ่นอกซับน้ำตา วิดัล พร้อมเซ้งมาใช้งานต่อที่20ล้านยูโร

     ขณะที่วิดัลกำลังหัวเสียอย่างหนักเกี่ยวกับสถานการ์ปัจจุบัน อินเตอร์มิลานเมื่อทราบเรื่องก็แสดงท่าที่ว่าพร้อมที่จะรับตัวมาใช้งานต่อทันที โดยอันโตนิโอ คอนเต้น่าจะส่งทีมงานเข้าพูดคุยเรื่องความเป็นไปได้ในการซื้อตัววิดัลทันทีที่ตลาดซื้อขายผู้เล่นเปิดทำการ

     เนื่องจากวิดัลเคยร่วมงานกับอันโตนิโอ คอนเต้มาแล้วเมื่อครั้งเป็นผู้เล่นยูเวนตุส ทำให้ทั้งคู่ต่างมีความไว้เนื้อเชื่อใจกันเรื่อยมา คอนเต้จึงอยากได้ตัววิดัลมาช่วยงานที่จูเซปเป้เมอัซซ่า เนื่องจากในเวลาทีมงูใหญ่กำลังต้องการใช้ผู้เล่นที่มีประสบการณ์เพื่อรักษาเส้นทางลุ้นแชมป์ในศึกกัลโช่ เซเรียนั่นเอง

     โดยอาตูโร่ วิดัลนั่นจัดเป็นกองกลางมากประสบการณ์ที่คว้าแชมป์มาแล้วอย่างโชกโชน ที่สำคัญคือแต่ละทีมที่เค้าย้ายไปค้าแข้งด้วยล้วนประสบความสำเร็จได้แชมป์ลีกทั้งสิ้น อาทิ บาเยิร์น มิวนิคแชมป์บุนเดสลีก้า,ยูเวนตุสแชมป์กัลโช่ เซเรีย และบาเซโลน่าแชมป์ลาลีก้า และอันโตนิโอ คอนเต้ก็เชื่อว่าหากวิดัลยอมย้ายมาช่วยงานก็จะกลายเป็นตัวนำโชคที่นำอินเตอร์มิลานคว้าสคูเด็ตโต้(แชมป์กัลโช่ เซเรียอา)ได้สำเร็จ

บาเลนเซีย

   ไอ้ค้างคาวแห่งสเปน บาเลนเซียประสบความสำเร็จในการรั้งตัวมิดฟิลด์ลูกหม้อคนสำคัญอย่างการ์ลอส โซเลร์ไว้กับทีมต่อไปหลังจากจับกองกลางวัย22ปีเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับทีมได้สำเร็จ พร้อมพ่วงเงื่อนไขฉีกสัญญาไว้สูงกว่า150ล้านยูโร

    การ์ลอส โซเลร์ก้าวขึ้นมาจากอะคาเดมี่ของบาเลนเซีย โดยนับตั้งแต่ถูกดันขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ในปี2016เจ้าตัวก็กลายเป็นนักเตะคนสำคัญมาโดยตลอด แม้ว่าจะมีข่าวเชื่อมโยงกับทีมระดับบิ๊กเนมหลายต่อหลายครั้งแต่เจ้าตัวก็คงภักดีต่อไอ้ค้างคาวเรื่อยมา กระทั่งได้รับการต่อสัญญาฉบับใหม่ไปจนถึงปี2023เป็นที่เรียบร้อย และตั้งความหวังว่าจะบาเลนเซียจะกลับมายิ่งใหญ่โดยมีการ์ลอส โซเลร์เป็นหัวใจในแดนกลาง

    “ เรารู้สึกยินดีที่โซเลร์ตัดสินใจฝากอนาคตไว้ที่นี่ บาเลนเซียยืนยันมาตลอดว่าเค้าเป็นคนสำคัญ และโปรเจกต์ความสำเร็จของสโมสรนับจากนี้ไปก็จะมีโซเลร์เป็นกำลังสำคัญ การมีนักเตะจากอะคาเดมี่ขึ้นมาประสบความสำเร็จจะส่งผลดีต่อระบบเยาวนชนของเราอย่างมาก ในมุมมองของผมโซเลร์กำลังเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับรุ่นน้อง นั่นคือเหตุผลสำคัญที่เราต้องการให้เค้าอยู่กับทีมไปให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ” อัลเบิร์ต เซลาเดซกุนซือบาเลนเซียชี้แจง

โซเลร์หยอดสุขใจในชีวิตกับ บาเลนเซีย หวังอยู่ต่อยันแขวนเกือก

    ด้านการ์ลอส โซเลร์ก็ได้เผยถึงความรู้สึกยินดีหลังการลงนามในสัญญาฉบับใหม่ “ ผมอยู่กับทีมมาตั้งแต่อายุ7ขวบ บาเลนเซียจึงมีความหมายกับผมมาก ผมนึกไม่ออกเลยว่านอกจากเสื้อทีมชาติสเปนแล้วผมจะสวมยูนิฟอร์มทีมอื่นได้อย่างไร นั่นทำให้ตั้งใจอยากอยู่ช่วยทีมต่อไปให้นานที่สุด ผมไม่แคร์จำนวนเงิน(ค่าเหนื่อย)หรอก ขอเพียงสโมสรยังต้องการผมก็จะขยายสัญญากับทีมต่อไปเรื่อยๆ ถ้าได้เล่นให้บาเลนเซียทีมเดียวตลอดอาชีพค้าแข้งก็คงจะเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ ”

   การ์ลอส โซเลร์ลงเล่นให้บาเลนเซียไปแล้วกว่า100นัด พร้อมทั้งถูกจับตามองในฐานะแข้งสายเลือดใหม่ของทีมชาติสเปนมาตลอด นำพาให้เจ้าตัวถูกทีมอย่างรีล มาดริดคอยตามจีบเรื่อยมา นั่นเป็นที่มาของการทำเงื่อนไขฉีกสัญญาในราคาที่สูงลิบ(150ล้านยูโร)ที่บาเลนเซียตั้งใจใส่เอาไว้เพื่อกันท่าสโมสรอื่นๆ

   นอกจากนี้บาเลนเซียยังวางแผนที่จะขยายสัญญากับเฟอร์ราน ตอร์เรสปีกตัวจี๊ดวัย19ปีที่ก้าวขึ้นทีมชุดใหญ่ไล่หลังโซเลร์มาติดๆ รวมทั้งเอเซเกล การายแนวรับคนสำคัญที่มีสัญญาอยู่กับทีมถึงแค่กลางปีหน้าอีกด้วย

อดัมส์

   สถานะปัจจุบันของอาร์เซนอลค่อนข้างเปราะบางอย่างมากเมื่อพวกเค้าต้องเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมกลางคันแถมผลการแข่งขันก็ไม่เป็นใจอีกต่างหาก เมื่อติดต่อกันมาแล้ว8เกม(รวมทุกรายการ)ที่ทีมปืนใหญ่ไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลย ร้อนถึงโทนี่ อดัมส์อดีตกัปตันทีมระดับตำนานต้องออกมาให้บทเรียนกับแข้งรุ่นน้องว่าควรปรับจูนทัศนคติให้ถูกต้องการลงเล่นในทุกๆเกม

    “ ผมติดตามผลงานอาร์เซนอลเสมอ แล้วก็พูดได้เต็มปากว่าปัญหาครั้งนี้มันใหญ่กว่าทุกๆครั้ง แต่ผมออกจะคิดไม่เหมือนคนอื่นๆ นักวิจารณ์ต่างพูดกันแค่ว่าใครซักคน(ผู้จัดการทีมถาวร)จะเข้ามาแก้สถานการณ์ให้อาร์เซนอลได้ คำถามคือแล้วถ้าสโมสรยังไม่คิดจะหาใครมาละ นักเตะก็สามารถลงไปเล่นแบบฟอร์มเหลวแหลกแค่ไหนก็ได้หรอ? ไม่เลย ผมคิดว่านี่เป็นโอกาสดีที่นักเตะจะต้องแสดงถึงศักยภาพที่มีอย่างเต็มที่ ”

    โทนี่ อดัมส์ได้ย้ำเตือนนักเตะปืนใหญ่ว่าถึงเวลาที่ต้องสลัดข้ออ้างต่างๆแล้วพึ่งพาความสามารถของตัวเองอย่างเต็มที่แล้ว “ สมัยผมเป็นนักเตะก่อนลงสนามเราคิดเพียงว่าฉันดีพอ ฉันไม่สนใจหรอกว่าทีมคู่แข่งจะอยู่จุดไหน ได้แชมป์มากี่ใบแล้ว นั่นคือสิ่งที่นักเตะในยุคนี้ควรลองเอาไปใช้ มันไม่มีข้ออ้างอะไรทั้งนั้นก็แค่ยิงประตูให้ได้มากกว่าเราก็ชนะได้หมดละ ”

อดัมส์ ชี้ไม่ใช่เวลามาขอความเห็นใจจากแฟนบอลอีกต่อไปแล้ว

    นอกจากนี้โทนี่ อดัมส์ยังชี้ว่านักเตะอาร์เซนอลควรทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่แล้วทิ้งเรื่องอื่นไว้ข้างหลังทั้งหมด “ มันมีความเข้าใจผิดบางประการ ไม่ใช่เพียงคุณเป็นนักเตะของสโมสรแล้วแฟนบอลต้องรักคุณเสมอไปนะ นักฟุตบอลต้องพิสูจน์ตัวเองให้เห็นว่ามีค่าพอให้แฟนบอลยกย่อง ผมเห็นนักเตะของเราออกมาเรียงร้องให้แฟนบอลหนุนหลังทั้งๆที่ผลงานในสนามยังไม่ได้เรื่องอยู่เลย คุณหลงทางแล้ว แฟนบอลไม่เคยโกหกคุณหรอก ถ้าคุณเจอปฏิกิริยาแบบนั้นคุณต้องคิดทบทวนแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น ”

    “ มันไม่สำคัญหรอกว่าอะไรทำให้ทีมตกต่ำถึงขนาดนี้ แต่คำถามที่ตรงประเด็นคือคุณมีดีพอที่จะเชิดหน้าขึ้นได้หรือเปล่า ไม่ต้องสนใจว่าใครผิด ไม่ว่าจะเป็นกรรมการ,VAR หรือแม้แต่แฟนบอล นักเตะต้องรวมใจกันแสดงถึงทิศทางที่ดีกว่านี้ ศรัทธาจากแฟนบอลมันจะตามมาจากความทุ่มเทที่คุณแสดงออกมา ผมมั่นใจว่านักเตะของเราแข็งแกร่งพอที่จะกลับมาสู่จุดที่ดีกว่านี้ได้ ” โทนี่ อดัมส์ปลุกเร้าใจแข้งปืน

มิลเนอร์

    ถ้าพูดถึงนักเตะมากประสบการณ์ผู้ซึ่งเป็นเสมือนผู้ปิดทองหลังพระให้กับลิเวอร์พูลมาตลอดชื่อเจมส์ มิลเนอร์คงจะเป็นสิ่งที่หลายคนต่างให้การยอมรับ ทว่าด้วยอายุอานามที่มากขึ้นทุกทีก็ทำให้เวลาในสีเสื้อหงส์แดงใกล้จะหมดลงเต็มทีเนื่องจากสัญญาของเจ้าตัวกำลังจะหมดลงในช่วงจบซีซั่นนี้เท่านั้น แล้วตัวนักเตะเองก็ยอมรับแต่เนิ่นๆแล้วว่าคงต้องย้ายออกเพื่อหาความท้าทายใหม่ๆต่อไป

    มิลเนอร์กำลังจะมีอายุครบ34ปีในช่วงเดือนมกราคมได้เปิดเผยว่านี่คงจะเป็นช่วงท้ายกับชีวิตค้าแข้งในแอนด์ฟิล “ ผมยังมีร่างกายที่ดีเยี่ยมและยังไม่คิดเรื่องแขวนสตั๊ด ฉะนั้นผมคงเปิดรับโอกาสใหม่ๆในทุกรูปแบบ อาจจะเป็นลีกอื่นๆไปเลยก็ได้หรือแม้แต่การกลับไปเล่นให้ลีดส์ ยูไนเต็ด ผมไม่ปิดโอกาสใดๆทั้งนั้นแต่แน่นอนว่าครอบครัวของผมคงมีส่วนในการตัดสินใจด้วยก็ตาม ”

    เมื่อถูกถามเรื่องชีวิตหลังเลิกเล่นมิลเนอร์ก็ตอบรับทันทีว่าเจ้าตัวคงเลือกที่จะทำงานใกล้ชิดกับนักฟุตบอลต่อไปอย่างแน่นอน “ ผมยังไม่ได้เริ่มต้นอบรมโค้ช แต่มันต้องเกิดขึ้นแน่ๆเพราะผมไม่คิดจะไปในสายพวกนักวิเคราะห์เกมการแข่งขัน ผมยังอยากคลุกคลีกับสนามซ้อมและการแข่งขันอย่างใกล้ชิด อีกทั้งผมยังรู้สึกว่าตัวเองได้ความรู้ประสบการณ์ในช่วงค้าแข้งเยอะมาก มันคงดีที่ผมจะได้ส่งต่อสิ่งเหล่านี้ให้นักฟุตบอลรุ่นต่อๆไป ” อดีตเด็กปั้นยูงทองกล่าวอย่างมุ่งมั่น

มิลเนอร์ อ่อยหากได้กลับไปรับใช้ลีดส์คงเป็นที่น่าปลาบปลื้มใจ

    นอกจากนี้มิลเนอร์ยังได้บอกเป็นนัยว่ามีความตั้งใจที่จะกลับไปสวมยูนิฟอร์มของทีมยูงทองอีกครั้งเช่นกันเพียงแต่ยังไม่แน่ใจว่าอดีตสังกัดในลีกเดอะแชมเปี้ยนส์ชิปจะยังต้องการใช้งานตนอยู่หรือเปล่า “ ลีดส์ยูไนเต็ดคือทีมในดวงใจ ทั้งยังเป็นสโมสรที่ปลุกปั้นผมขึ้นมา ดังนั้นผมคือแฟนบอลของพวกเค้าตลอดมาและยังหวังว่าทีมจะกลับมาแข็งแกร่งได้เหมือนในอดีตอีกด้วย ถ้ามีโอกาสที่จะได้ช่วยทีมอีกครั้งมันคงเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมไปเลย แต่มันยังไม่มีการติดต่อเข้ามา ”

     สุดท้ายมิลเนอร์ก็ได้ตัดบทว่าเรื่องสโมสรใหม่ยังไม่ใช่เรื่องที่ตนให้ความสำคัญเพราะอยากโฟกัสที่จะพาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกให้สำเร็จให้จงได้เสียก่อน “ ผมไม่ได้ตั้งเงื่อนไขเรื่องเวลากับเรื่องนี้ เพราะผมเป็นคนประเภทชอบอยู่กับปัจจุบัน และตอนนี้ความตั้งใจที่มีผมทุ่มให้กับการพาลิเวอร์พูลประสบความสำเร็จให้ได้เท่านั้น ”

เทรนด์

    แม้ว่าลิเวอร์พูลจะนำโด่งเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกด้วยผลงานถึงชนะ15นัดและเสมอนัดเดียว แต่แบ๊คขวาฟอร์มาแรงอย่างเทรนด์ อเล็กซานเดอร์-อาโนลด์ก็ยังออกมาบอกกล่าวว่านักเตะหงส์แดงยังเก็บรายละเอียดที่ผิดพลาดเล็กๆน้อยๆในแต่ละเกมกลับมาแก้ไขอยู่เสมอ เนื่องจากพวกเค้าไม่ได้สำคัญตัวว่าลิเวอร์พูลอยู่ในฟอร์มการเล่นที่สมบูรณ์แบบอย่างที่นักวิจารณ์ชอบพูดถึงกัน

    “ ใช่เราเก็บชัยชนะได้ต่อเนื่องมันเป็นเรื่องน่ายินดี เรารู้ว่าลิเวอร์พูลกำลังอยู่ในฟอร์มที่ดีแต่มันไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ มันจะมีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่เจ้าน้อยจดไว้แล้วบอกเราในวันรุ่งขึ้น  นั่นเป็นบทเรียนใหม่ๆที่นักเตะยังต้องทำให้ดียิ่งๆขึ้นไปในทุกๆวัน และมันจะไม่มีคำว่าดีพอ ”    

     “ มันเป็นไปได้หมดแนวคิดของเจอร์เกน คล็อปป์คือเมื่อคุณพลาดก็อาจโดนลงโทษ ฉะนั้นข้อผิดพลาดบางอย่างที่เราได้รู้มันอาจยังไม่ทำทีมไม่เสียประตู แต่เราจะไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นอีก ลิเวอร์พูลต้องการลงเล่นโดยที่มีรายละเอียดผิดพลาดให้น้อยที่สุด ” เทรนด์-อาโนลด์กล่าวอย่างแข็งขัน

ลิเวอร์พูลมีบทเรียนจากปีก่อน เทรนด์ ชี้ปีนี้ไม่ประมาทอีกแล้ว

    เทรนด์ อเล็กซานเดอร์-อาโนลด์ยังได้เท้าความถึงความผิดหวังจากซีซั่นที่แล้วที่ลิเวอร์พูลทำแต้มนำเป็นจ่าฝูงอยู่พักใหญ่ก่อนจะโดนแมนซิตี้พลิกกับมาแซงเข้าวินไปอย่างน่าเจ็บใจ ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้หัวจิตหัวใจและสมาชิกของนักเตะลิเวอร์พูลเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนในซีซั่นนี้ “ เราฝันถึงการคว้าแชมป์ตั้งแต่ปีก่อน แต่พวกเราก็เสียแต้มจากผลเสมอมากเกินไป การได้เห็นซิตี้ฉลองแชมป์มันบาดใจพวกเราอย่างมาก แต่ความผิดหวังเหล่านั้นมันก็มีผลกระทบกับเราอยู่เหมือนกัน ”

    “ ปีนี้เรามองหาแต่ชัยชนะเท่านั้น การเสมอหรือแพ้ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในความคิดของเรา พูด ณ วันนี้มันอาจจะถึงจุดที่เราทำแต้มหลุดมือบ้าง แต่ตอนนี้เราชนะมาแล้ว15เกม เราพยายามหนีช่องว่างคะแนนกับทีมอื่นๆให้มากที่สุด เรามั่นใจในทีมแต่เราก็ยังให้เกียรติคู่แข่งเสมอ แมนซิตี้ก็ยังคงเป็นทีมที่เราไม่ควรประมาทอยู่ดี ”

    สุดท้ายแบ็คขวาทีมชาติอังกฤษก็ยังยืนยันว่ายังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าลิเวอร์พูลจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก “ ลิเวอร์พูลต้องการเป็นแชมป์ แต่โอกาสยังคงเปิดกว้างประวัติศาสตร์ของถ้วยใบนี้มีให้เห็นแล้วว่าทุกอย่างมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้เสมอ เราจะไม่ถือตัวเองว่าเป็นแชมป์จนกว่าแต้มของเราจะขาดลอยอย่างแท้จริง ”

ผีเเดง

     ข่าวการแต่งตั้งโชเซ่ มูรินโญ่เป็นผู้จัดการทีมของสเปร์ส นอกจากจะทำให้เด็กผีพากันสะดุ้งกันถ้วนหน้าแล้ว พวกเค้ายังต้องเตรียมใจรับความผิดหวังอีกต่างหาก เมื่อกุนซือชาวโปรตุเกสประเดิมสงครามจิตวิทยากับอดีตต้นสังกัดทันที ด้วยการประกาศจุดยืนว่าจะทำทีมโดยมีแฮรี่ เคนเป็นจุดศูนย์กลาง นั่นเท่ากับจะเป็นการปิดโอกาสที่กัปตันทีมชาติอังกฤษจะย้ายมาเป็นสมาชิกของปีศาจแดงโดยปริยาย

      นับตั้งแต่ผลงานของสเปอร์สตกลงไปอย่างฮวบฮาบก็ทำให้แฮรี่ เคนตกเป็นข่าวย้ายทีมมาโดยตลอด โดยบรรดากูรูลูกหนังต่างชี้นำให้กองหน้าวัย26ปีย้ายออกจากทีมไก่เดือยทองหากต้องการสัมผัสถ้วยรางวัล และดูเหมือนทีมที่มีข่าวเกี่ยวพันกับแฮรี่ เคนอย่างหนักก็คือแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดนั่นเอง แต่แล้วเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมอย่างกะทันหันก็ดูเหมือนจะทำให้โอกาสย้ายทีมของเคนนั้นเป็นหมันทันที เนื่องจากโชเซ่ มูรินโญ่จัดว่าเป็นผู้จัดการทีมที่มีสถิติคว้าถ้วยรางวัลกับทุกสโมสร จนอาจทำให้ตัวนักเตะเองยอมเปลี่ยนใจที่จะอยู่ช่วยทีมต้นสังกัดต่อไป

      รายงานระบุว่าโชเซ่ มูรินโญ่เลือกที่จะพูดคุยกับแฮรี่ เคนก่อนเป็นคนแรกเพื่อเหนี่ยวรั้งให้กัปตันทีมรายนี้ปักหลักอยู่กับสเปอร์สต่อไป นอกจากนี้ยังมีข่าวลืออีกว่าสเปอร์สยังแอบหวังว่าชื่อเสียงของมูรินโญ่จะทำให้สามนักเตะที่กำลังหมดสัญญาอย่าง ยาน แฟร์ตองเก้น,คริสเตียน เอริคเซ่น และโทบี้ อันเดอร์ไวเรลยอมต่อสัญญากับทีมออกไปอีกด้วย เนื่องจากนักเตะเหล่านี้กำลังจะหมดสัญญาในช่วงจบฤดูกาลนี้

ผีเเดง ผวาต่อเนื่องมีคิวที่จะเปิดบ้านรับไก่ในช่วงต้นเดือนธ.ค.

      นอกจากความผิดหวังที่จะไม่ได้กองหน้าตัวใหม่แล้วแฟนบอลผีแดงจำนวนไม่น้อยที่มีลางสังหรณ์ว่าสเปอร์สอาจบุกมาสร้างความเจ็บปวดให้กับพวกเค้าได้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เนื่องจากโปรแกรมพรีเมียร์ลีกในอีกสามนัดถัดไปแมนยูฯจะได้เปิดโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดต้อนรับการมาเยือนของสเปอร์สนั่นเอง

    สาวกผีแดงชักเริ่มเป็นกังวลว่ามูรินโญ่ที่อำลาพวกเค้าไปอย่างผู้แพ้ จะกลับมาล้างแค้นแมนยูฯในวันที่5ธันวาคมนี้ เนื่องจากกุนซือรายนี้รู้ไส้รู้พุงทีมเก่าเป็นอย่างดี อีกทั้งหากเทียบความสมบูรณ์ของทีมแล้วสเปอร์สมีขุมกำลังที่พร้อมกว่า ทำให้คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่โอเล่ กุนน่า โซลชาจะคว้าสามแต้มจากการดวลกันในครั้งนี้ แม้ว่าผลงานก่อนหน้านี้ฝั่งไก่เดือยทองจะดูน่าเป็นรองแมนยูฯก็ตาม

มังกรแดง

    ไรอัน กิ๊กกุนซือทัพมังกรแสนจะปลื้มใจเมื่อผลงานล่าสุดเค้าสามารถพาทีมเอาชนะฮังการีไปได้2-0ทำให้ได้ครองแชมป์กลุ่มอีเป็นที่เรียบร้อยพร้อมรับสิทธิไปเตะทัวว์นาเมนต์ชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป2020เป็นผลสำเร็จ ทั้งยังเป็นการพาทีมชาติเวลส์ทะลุเข้าไปเล่นในรายการชิงแชมป์ของทวีปยุโรปเป็นสมัยที่สองติดต่อกันอีกต่างหาก(ยูโร2016เวลส์ก็ได้ไปเล่นรอบสุดท้ายเช่นกัน)  

     ภายหลังจากที่แซงฮังการีขึ้นไปเป็นรองจ่าฝูงได้สำเร็จ ไรอัน กิ๊กก็ได้เผยถึงความยินดีในครั้งนี้ “ ลูกทีมของผลทุ่มเทกันอย่างเต็มที่ มันเป็นเกมชี้ชะตาของเรา แล้วเราก็ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ มันเป็นความประทับใจในฐานะโค้ชซึ่งผมจะไม่มีวันลืมอย่างเด็ดขาด ”

    “ เราสร้างสรรค์โอกาสได้ดีจนได้ประตูที่ต้องการแถมยังไม่เสียประตูอีกต่างหาก มันสะท้อนว่าทีมชาติเวลส์กำลังก้าวไปอีกขั้น เพราะฮังการีแทบจะไม่ได้สร้างความหนักใจอะไรให้กับเราเลย ”

    อย่างไรก็ตามอดีตปีกพ่อมดของแมนยูฯได้ตั้งแง่ว่าทัพมังกรแดงยังคงต้องยกระดับการเล่นในเกมรับให้ดียิ่งขึ้นเนื่องจากพวกเค้าลงเล่นในรอบแบ่งคัดเลือก8นัดแต่เสียประตูไปถึง7เม็ดด้วยกัน “ เกมรุกของเราไม่น่าห่วง แต่จุดที่เราต้องพัฒนาคือการตั้งรับแม้เราจะไม่เสียประตูให้ฮังการี แต่บอกเลยว่าคู่ต่อสู้ในรอบสุดท้ายจะมีแต่ทีมชั้นนำทั้งนั้น เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่จะรับมือพวกเค้า ”

กิ๊กมั่นใจแข้ง มังกรแดง ชี้ถึงทัวว์นาเมนต์จริงจะเก่งกว่านี้อีก

     ทีมชาติเวลส์แพ้ไป2เสมออีก2และชนะเพียงแค่4เกมซึ่งคิดเป็น50%สำหรับการลงเตะยูโรรอบคัดเลือกในกลุ่มอี ทว่าไรอัน กิ๊กก็ยังคงเชื่อมั่นในตัวลูกทีมทั้งหลายว่าจะสามารถทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่งมากขึ้นยามไปเล่นรอบสุดท้ายที่โปรตุเกส “ เวลส์ทำได้ดีในยูโรคราวก่อน และน่าจะดียิ่งขึ้นในครั้งนี้เนื่องจากนักเตะของเราหลายคนจะได้เล่นทัวว์นาเมนต์นี้เป็นครั้งที่สอง(แรมซี่ย์,เบล)พวกเค้ามีความกลมเกลียวกันอย่างเหลือเชื่อนั่นจะเป็นแต้มต่อที่อาจพาให้ทีมชาติเวลส์สร้างเซอร์ไพรซ์ได้อีกครั้ง ”

     เมื่อครั้งชิงแชมป์ยูโร2016ทีมชาติเวลส์เคยสร้างปรากฏการณ์ผ่านเข้าไปเล่นถึงรอบรองชนะเลิศอย่างสุดเซอร์ไพรซ์(เข้าไปแพ้โปรตุเกส0-2) โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานในรอบ8ทีมสุดท้ายที่ทัพมังกรแดงปราบเบลเยี่ยม(มีทั้งอาซาร์,เด บรอยด์,กอมปานี,แฟร์ตองเก้น)ไป3-1ชนิดที่หักปากกาเซียน จึงทำให้ไรอัน กิ๊กตั้งเป้าที่จะทำผลงานในยูโร2020ให้เข้ารอบลึกๆให้สำเร็จอีกครั้ง

เบล

    ความสัมพันธ์ระหว่างแกเร็ธ เบลและรีล มาดริดเริ่มยกระดับความบาดหมางแรงขึ้นไปอีกระดับ เมื่อปีกชาวเวลส์ทำการเฉลิมฉลองดีใจหลังจากที่ทีมมังกรแดงสามารถผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายในศึกชิงแชมป์ยุโรป2020ที่โปรตุเกสได้สำเร็จ ด้วยการเริงร่าผ่านธงชาติเวลส์ที่มีข้อความเย้ยหยันราชันย์ชุดขาวจนกลายเป็นภาพที่สร้างความไม่พอใจให้กับแฟนบอลรีล มาดริดเป็นอย่างมาก

    ในช่วงเบรกทีมชาติเดือนพฤศจิกายนแกเร็ธ เบลได้ให้เปิดเผยความรู้สึกอันน่าประหลาดใจเมื่อเค้ายืนยันว่าให้ความสำคัญกับทีมชาติเวลส์เป็นอันดับแรกรองลงมาก็คือกีฬากอล์ฟและต้นสังกัดรีล มาดริดคือสิ่งที่เค้าให้ความสำคัญเป็นอันดับสุดท้าย ซึ่งข้อความเชิงสัญลักษณ์ดังกล่าวก็ไปปรากฎบนธงชาติเวลส์ที่เจ้าตัวใช้ในการเฉลิมฉลองกับเพื่อนๆหลังเกมที่เบลสวมปลอกแขนกัปตันทีมพาทัพมังกรแดงเอาชนะฮังการีไป2-0 จนเป็นการการันตีว่าพวกเค้าจะได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายในศึกยูโร2020ช่วงกลางปีหน้าอย่างแน่นอนแล้ว

    โดยชนวนเหตุของความร้าวฉานในครั้งนี้ก็เป็นเหตุต่อเนื่องมาจากการที่เจ้าตัวโดนซีนาดีน ซีดานกีดกันออกจากทีมชุดใหญ่โดยอ้างว่ามีอาการบาดเจ็บจึงทำให้เบลไม่ได้ลงเล่นให้กับรีล มาดริดเลยมาตั้งแต่เดือนธันวาคม แต่ทีมชาติเวลส์ก็ยังเรียกตัวเค้ามาติดธงและมีชื่อออกสตาร์ทเป็นตัวจริงมาโดยตลอด จนทำให้เจ้าตัวออกโรงประชดประชันต้นสังกัดที่ไม่ให้ความสำคัญกับตัวเองเท่าที่ควร

เบล เป็นเป้าโจมตีสื่อสเปนทั้งเรียกร้องให้ชุดขาวลงโทษทางวินัย

    หลังเหตุการณ์ชูธงหยามรีล มาดริดในครั้งนี้ทำให้สื่อดังในสเปน(มาร์ก้า)ลงข่าวตำหนิพฤติกรรมของแกเร็ธ เบลอย่างหนัก และเรียกร้องให้ซีนาดีน ซีดานลงดาบกับการกระทำอันขาดความเคารพต่อสโมสรต้นสังกัดอีกด้วย(รับค่าเหนื่อยก้อนโตจากรีล มาดริดแต่กลับประกาศว่ากระหายที่จะเล่นให้ทีมชาติเวลส์มากกว่า ซะงั้น!)

     อย่างไรก็ตามดูเหมือนท่าที่จากซีนาดี ซีดานจะไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากกุนซือชาวฝรั่งเศสมองว่าข้อความบนธงเจ้าปัญหานั้นไม่ใช่คำหยาบคายใดๆแต่เป็นคำเปล่าๆที่ถูกตีความกันไปเองจึงไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะกล่าวโทษปีกจรวดวัย30กะรัตรายนี้ได้ อีกทั้งต่อให้ไม่โดนลงดาบทางวินัยแกเร็ธ เบลก็แทบจะไม่มีส่วนร่วมกับทีมชุดใหญ่ของรีล มาดริดอยู่แล้ว โดยมีความเป็นไปได้สูงที่เบลจะย้ายจากถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาบิวในช่วงหลังปีใหม่ โดยมีความสนใจจากทั้งแมนยู,สเปอร์ส และอีกหลายทีมจากไชนีส ซุปเปอร์ลีก

หงส์เเดง

     สาวกเดอะค็อปคงทราบกันดีว่าเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมาลิเวอร์พูลก็แทบจะไม่ได้จ่ายเงินเสริมทัพเท่าไหร่นัก ซึ่งแท้ที่จริงแล้วทั้งหมดเป็นหมากที่เจอร์เกน คล็อปป์วางไว้นั่นคือเค้าต้องการรวบรวมงบประมาณให้เป็นก้อนใหญ่แล้วเซ็นสัญญากับนักเตะระดับบิ๊กดีลเพียงรายเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ คีลิยัน เอ็มปั๊ปเป้ หัวหอกตัวเก่งของปารีส แซงต์ แชร์กแมงนั่นเอง

     คีลิยัน เอ็มปั๊ปเป้ ได้รับความสนใจจากทีมอย่างรีล มาดริด และบาเซโลน่ามาโดยตลอด ทว่าแหล่งข่าวในอังกฤษระบุว่ายักษ์ใหญ่แห่งแดนกระทิงคงยังไม่มีปัญญาที่จะเซ็นดาวยิงวัย20กะรัตในช่วงเดือนมกราคมนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากต่างสูญเงินกับการเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์ไปแล้ว ทำให้ไม่อาจรับข้อเสนอที่มีมูลค่ามากกว่า200ล้านปอนด์ของเอ็มปั๊ปเป้ได้ ต่างกับลิเวอร์พูลที่ดูเหมือนจะอั้นงบประมาณไว้สำหรับดีลนี้โดยเฉพาะ

     ร่ำลือกันว่าลิเวอร์พูลพร้อมยื่นเม็ดเงิน215ล้านปอนด์ให้กับเปเอสเชพิจารณาทันทีในช่วงเดือนมกราคม เนื่องจากเจอร์เกน คล็อปป์ต้องการตัวเอ็มปั๊ปเป้มาช่วยกรุยทางคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกให้จงได้นั่นเอง

คล็อปป์ยัน หงส์เเดง สนใจปั๊ปเป้แต่ต้องตัดใจเพราะไม่มีตังค์

      คีลิยัน เอ็มปั๊ปเป้ก้าวขึ้นมาจากทีมเยาวชนของโมนาโกและคว้าแชมป์ลีกเอิง(กับโมนาโก)ได้ตั้งอายุเพียง16ปีเท่านั้น ก่อนจะย้ายมายกระดับฝีเท้ากับปารีส แซงต์ แชร์กแมงจนทำให้เจ้าตัวมีสถิติยิงรวมกัน69ประตูทำทาง36แอสซิสต์จากการลงเล่นไปเพียง98เกม จากผลงานดังกล่าวก็ทำให้ลิเวอร์พูลกลายเป็นอีกทีมที่อยากได้ตัวมาร่วมทีม

       “ ไม่มีผู้จัดการทีมคนไหนไม่อยากร่วมงานกับเค้าหรอก เค้าคือเด็กมหัศจรรย์ ผมเองเป็นหนึ่งในนั้นแน่นอน เค้าจะช่วยยกระดับการเล่นให้กับทุกทีมที่ย้ายไปอย่างไม่ต้องสงสัย แต่…เราต้องอยู่กับความจริง เม็ดเงินระดับ200ล้านปอนด์มันห่างไกลความเป็นไปได้สำหรับลิเวอร์พูล ผมไม่คิดว่าเราจะได้เซ็นสัญญากับเค้า ”

      เจอร์เกน คล็อปป์ยังได้บอกอีกว่าสนนราคาดังกล่าวไม่ใช่เพียงลิเวอร์พูลเท่านั้นเค้ายังมองไม่เห็นเลยว่าจะมีสโมสรไหนที่จะทำการเจรจาดีลนี้กับทีมแชมป์ลีกเอิงได้ “ ผมคิดว่ามันเป็นราคาที่ตั้งไว้เพื่อไล่ทีมที่สนใจให้หนีหายออกไป มันไม่ใช่แค่เราหรอกที่ต้องเดินหนี ผมว่าทีมอื่นๆก็คงไม่ต่างกัน สำหรับตลาดช่วงหน้าหนาวเม็ดเงินระดับนี้มีไว้ลองใจว่าคุณกล้าพอไหมละ? ถ้ากล้าพอเราก็มาคุยกัน ”

บัลเบเด้

   ผลงานของบาเซโลน่าในสองเกมหลังสุดนั้นถือว่ากลับมาวิกฤตอีกครั้งเมื่อพวกเค้าไม่ชนะใครเลย โดยเฉพาะเกมยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกนัดล่าสุดที่บาซ่าได้ลงเล่นในคัมป์นูแต่ก็ไม่อาจทำยิงประตูสลาเวีย ปรากได้เลยจนผลสกอร์ลงเอยที่แบ่งแต้มกันไปอย่างน่าเบื่อ ซึ่งไม่เพียงแค่แฟนบอลเจ้าบุญทุ่มเท่านั้นไม่แฮปปี้ เพราะรองกัปตันทีมอย่างเคราร์ด ปิเก้ก็ยังออกมาตำหนิเพื่อนร่วมทีมว่าเล่นกันอย่างไร้ไอเดียแบบสุดๆ

   บาเซโลน่าสร้างโอกาสยิงทั้งหมด12ครั้งในการดวลกับสลาเวีย ปรากทว่าพวกเค้าก็ไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นให้เป็นประตูได้เลย “ พวกเราเล่นลงเล่นกันอย่างเลื่อนลอย เราขาดแรงกระตุ้น แน่นอนปรากไม่อยากแพ้พวกเค้าตั้งรับได้อย่างยอดเยี่ยม ในขณะที่เราเองก็ดูไม่กระฉับกระเฉงอย่างเคย นั่นทำให้เราไม่มีสกอร์ในวันนี้ ”

   “ บาซ่าเคยมีมาตรฐานที่ดีกว่านี้ วันนี้เราทำได้อย่างน่าผิดหวัง การขาดผู้เล่นอย่างซัวเรสไปไม่ใช่ข้ออ้าง นักเตะของบาซ่ามีหน้าที่สำคัญคือการเอาชนะไม่ว่าสถานการณ์จะดีหรือแย่แค่ไหนก็ตาม เราต้องกลับมาให้เร็วที่สุด ” แนวรับวัย32กะรัตกล่าวกระตุ้นทีม

บัลเบเด้ อยู่ยากขึ้นเรื่อยๆเมื่อผลงานบาเซโลน่ายังไม่กระเตื้อง

    นับตั้งแต่เปิดฤดูกาลมาเฮอร์เนสโต้ บัลเบเด้ก็อยู่ภายใต้แรงกดดันมาตลอดเนื่องจากผลงานที่ไม่แน่นอน และผลงานการเสมอกับสลาเวีย ปรากนี้ในบ้านแม้ถือว่าไม่เลวร้ายเนื่องจากอันดับในตารางกล่มเอฟบาซ่าก็จะยังคงเป็นจ่าฝูงต่อไป แต่ในอีกแง่ก็กลายเป็นโอกาสที่จะทำให้ทั้งดอร์ทมุนด์และอินเตอร์ต่างยังมีหวังเข้ารอบด้วยกันทั้งคู่เมื่อแต้มในกลุ่มยังไม่ขาด และอินเตอร์ที่รั้งอันดับสามอยู่ในเวลานี้ก็จะได้เล่นเกมสุดท้ายในจูเซปเป้เมอัซซ่ารับมือกับบาซ่าอีกด้วย

     นอกจากโอกาสตกรอบในถ้วยยุโรปจะยังมีอยู่ ข่าวลือที่โรนัลด์ คูมันน์จะเข้ามารับหน้าที่ผู้จัดการทีมบาเซโลน่าคนใหม่ก็ดูจะไม่ส่งผลดีต่อการทำงานของบัลเบเด้เลย ยิ่งไปกว่านั้นยังมีข่าวลือจากฝั่งสเปนที่ระบุว่านักเตะในทีมบาเซโลน่าเองบางรายก็เริ่มที่จะหมดศรัทธาในตัวกุนซือคนปัจจุบันแล้ว เนื่องจากพวกเค้ามองว่าแท็กติกของบัลเบเด้นั้นไม่ดุดันเท่าที่ควร ว่ากันว่าแกนนำนักเตะที่พร้อมงัดข้อกับบัลเบเด้ก็มีเคราร์ด ปีเก้,อาตูโร่ วิดาล และอีวาน ราคิติชเป็นแกนนำนั่นเอง