เดอบรอยด์

   หลังจากแผงหลังของแมนเชสเตอร์ซิตี้นั้นเจ็บระนาวจนกองแช่งเชื่อว่าพวกเค้าน่าจะมีฟอร์มหลุดให้เห็นบ้าง ทว่าทีมตราเรือใบก็ยังคงโชฟอร์มได้ดีต่อเนื่องแบบไม่สะทกสะท้าน แม้ว่ากองหลังแท้ๆจะไม่เหลือจนต้องถอยมิดฟิลด์จำเป็นอย่างแฟนันดินโญ่ลงไปเล่นแทนก็ตาม ทว่าถึงคราวที่เป๊ป กวาร์ดิโอล่าอาจต้องปวดหัวอย่างแน่นอนเมื่อมีการยืนยันแล้วว่าจอมทัพคนสำคัญอย่างเควิน เดอ บรอนด์ได้รับบาดเจ็บเพิ่มอีกรายหลังจากเกมพบกับเอฟเวอร์ตัน

    เป๊ป กวาร์ดิโอล่าได้ออกมายืนยันด้วยตัวเองว่าเค้าจะไม่สามารถใช้ดาวเตะทีมชาติเบลเยี่ยมได้ในสุดสัปดาห์นี้อย่างแน่นอน “ เดอ บรอยด์จะไม่มีชื่อในเกมกับวูฟอย่างแน่นอน หลังเราตรวจพบอาการบาดเจ็บบริเวณโคนขาหนีบ เค้าน่าจะกลับมาหลังเบรกทีมชาติ ผมกังวลนิดหน่อยแต่ผมก็ยังเชื่อว่าลูกทีมทุกคนที่เหลือจะช่วยเลยทดแทนการหายไปของเค้าได้ ” กุนซือวัย48ปีแสดงท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้ โดยนอกจากเดอ บรอยด์แล้ว จอห์น สโตนก็เป็นนักเตะอีกคนที่น่าฟิตกลับมาช่วยทีมในช่วงทีมได้ภายหลังจากพักเบรกทีมชาติเช่นกัน

เรือใบถูกคาดหมายว่ายังแล่นฉิวเหมือนเดิมแม้ไร้เงา เดอบรอยด์

   ปัจจัยสำคัญที่ทำให้แมนซิตี้ยังคงฟอร์มแรงต่อเนื่องในซีซั่นนี้เป็นผลมาจากฟอร์มอันเร่าร้อนของเควิน เดอ บรอนด์นั่นเอง โดยเค้าทำสถิติสร้างโอกาสเข้าทำให้กับเพื่อนมากกว่า27ครั้งภายในเวลาลงสนามที่451นาที อีกทั้งยังเป็นแอสซิสต์สำเร็จถึง8ครั้งและยิงได้2ประตู  ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างสรรค์เกมรุกของทีมเรือใบ ดังนั้นการขาดหายไปของเดอ บรอยด์ก็ทำให้แฟนบอลหลายคนเป็นห่วงประสิทธิในสนามของทีมแชมป์เก่า ทว่ากุนซือย่างเป๊ปกลับยักไหล่แล้วบอกว่าไร้ปัญหาแน่นอน โดยคาดการณ์กันว่าเป๊ปน่าจะให้โอกาสฟิล โฟเด้นมิดฟิลด์ดาวรุ่งได้ทำหน้าที่แทน

   เป๊ป กวาร์ดิโอล่าหมายใจที่พาแมนซิตี้ครองแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นสมัยที่สามในปีนี้ แต่ทว่าดูเหมือนพวกเค้าจะมีอุปสรรคมากมายเสียเหลือเกิน เริ่มตั้งแต่ปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บ รวมไปถึงทีมคู่ปรับอย่างลิเวอร์พูลก็อาศัยช่วงที่ทีมเรือใบกำลังเสียเปรียบอยู่ทำแต้มหนีห่างออกไปถึง5แต้ม อย่างไรก็ตามอดีตเทรนเนอร์บาซ่ายังเชื่อว่าทีมของเค้ายังสามารถกลับมาเบียดคว้าแชมป์ได้อย่างแน่นอน เนื่องจากซีซั่นก่อนพวกเค้าก็ตามหลังหงส์แบบนี้แหล่ะก่อนที่แมนซิตี้จะเร่งเครื่องกลับมาทำแต้มเบียดคว้าถ้วยพรีเมียร์ลีกได้อย่างยิ่งใหญ่

บาเยิร์น

   ศึกบุนเดสลีก้าเพิ่งจะมีการเปลี่ยนตำแหน่งจ่าฝูงเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อบาเยิร์นมิวนิคเก็บสามแต้มเหนือเอสซี พาเดบอนด์ สวนทางกับแอร์เบ ไลป์ซิกที่พ่ายชาลเก้คาบ้าน โดยมีแซจต์ กนาบรี้เป็นตัวแปรสำคัญในการนำพาให้เสือใต้กลับมาครองตำแหน่งหัวตารางลีกเมืองเบียร์อีกครั้ง หลังปีกตัวจี๊ดมีทั้งชื่อทำประตูและทำแอตซิสต์ในเกมล่าสุด

   แซจต์ กนาบรี้เป็นคนเบิกสกอร์แรกในเกมที่บาเยิร์น มิวนิคบุกไปชนะเอลซี พาเดบอนด์3-2 และกำลังอยู่ในช่วงฟอร์มเข้าฝักซึ่งเจ้าตัวยอมรับการมีนักเตะซุปเปอร์สตาร์เข้ามาร่วมทีมมากยิ่งขึ้นเป็นแรงผลักดันให้ฟอร์มของเค้าพุ่งกระฉูด “ ผมเป็นคนมองโลกในแง่ดีเสมอ ตอนปรีซีซั่นเราไม่รู้ว่าจะมีนักเตะใหม่มาร่วมทีมไหม แต่ในที่สุดเราเซ็นสัญญากับคูตินโญ่ และเปริซิส มันทำให้เรามีทีมที่แข็งแกร่ง แต่จะมีบางคนได้เล่นบางคนต้องรอข้างสนาม ฉะนั้นเราทุกคนต้องเค้นฟอร์มที่ดีที่สุดของตัวเองออกมาให้ได้ นั่นคือโฟกัสของผม ”

กนาบรี้ปีก บาเยิร์น มั่นใจถ้าไม่ลาปืนใหญ่คงไม่มีทางแฮปปี้เหมือนทุกวันนี้

   ดาวเตะดีกรีทีมชาติเยอรมันเคยลับฝีเท้าอยู่กับอาร์เซนอลสมัยเริ่มต้นเป็นนักเตะอาชีพ แต่กลับมาแจ้งเกิดแวร์เดอ เบรเมนในช่วงซีซั่น2016/17 เนื่องจากซัดไปถึง11ประตูจากการลงสนาม27เกม “ ตอนผมอยู่ในอังกฤษ(อาร์เซนอล)มันเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม แม้ผมจะไม่สามารถยึดตำแหน่งในทีมชุดใหญ่ได้ แต่การได้ซ้อมกับผู้เล่นอย่างแชมเบอร์เลน,วัลคอตต์,อเล็กซิส หรือกาซอล่ามันเป็นอะไรที่ล้ำค่ามากๆ ในทางกลับกันมันก็ทำให้ผมได้เล่นน้อยมากๆ พวกเค้าบอกกับผมแค่ให้รอ…รอ….แล้วก็รอ จนถึงจุดที่ผมรู้สึกว่าผมต้องเปิดโอกาสใหม่ๆให้ตัวเองบ้าง และมันก็เป็นไปอย่างยอดเยี่ยมในการกลับมาเล่นในเยอรมัน ”

   “ มันไม่ง่ายนะการที่หันหลังให้ทีมระดับอาร์เซนอล แต่หากดูสิ่งที่ผมได้รับตอนนี้ก็ต้องบอกว่าผมทำถูกแล้ว ผมได้เล่นกับบาเยิร์น มิวนิคและเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มันเป็นโอกาสที่คุณจะได้ดวลกับทีมระดับท็อปของยุโรป มันคงวิเศษถ้าเรา(บาเยิร์น มิวนิค)จะได้ครองแชมป์ยุโรปสมัยที่หก ” ปีกวัย24ปีกล่าวอย่างมุ่งมั่น โดยซีซั่นนี้เสือใต้เข้าร่วมศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกในกลุ่มบี และกำลังมีโปรแกรมบุกไปเยือนสเปอร์สในทัวนาเมนต์ดังกล่าว

มาเลน

    หากย้อนกลับไปยุค90ทีมดังอย่างเอซีมิลานนั้นมักมีชื่ออยู่ในกลุ่มหัวตารางของศึกกัลโช่ เซเรียอาอย่างเหนียวแน่น ทว่าเมื่อกาลเวลาเดินมาถึงตรงนี้ความยิ่งใหญ่ของปีศาจแดงดำก็ดูจะตกต่ำลงไป ถึงขนาดมิลานดาร์บี้หนล่าสุดพวกเค้าก็โดนอินเตอร์มิลานบุกมาเอาชนะได้2-0 แม้ว่าพวกเค้าจะสู้ได้ดีพอสมควรทว่าจุดสำคัญก็คือมิลานไม่มีตัวจบสกอร์ที่พึ่งพาได้ และทำให้กุนซือมาร์โก้ จามเปาลีกำลังมองหาดาวยิงฝีเท้าดีมาเสริมทัพในช่วงเดือนมกราคม(ตลาดซื้อ-ขายผู้เล่นจะกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง)

     เอซิมิลานยิงเข้ากรอบเพียงแค่ครั้งเดียวในเกมที่พ่ายต่ออินเตอร์0-2 ทั้งๆที่ได้เล่นในบ้าน สะท้อนให้เห็นเลยว่าคริสตอฟ เปียเท็คกองหน้าชาวโปลแลนด์นั้นยังไม่อาจไว้เนื้อเชื่อใจได้ จนนำพาให้มาร์โก้ จามเปาลีหวังจะดึงตัวดอนเยลล์ มาเลนดาวยิงฟอร์มฮอตของพีเอสวี ไอน์โฮเฟ่นมาเสริมเกมรุก หลังจากกองหน้ารายนี้ซัดไปแล้ว9ประตูจากการลงสนาม12นัด(รวมทุกรายการ) นำพาให้ทั้งลิเวอร์พูล และอาร์เซนอลต่างก็หมายตาดาวยิงรายนี้อยู่ด้วยกันทั้งคู่

มาเลน เคยบ่มฝีเท้าจากอาร์แจ็กและอาร์เซนอลก่อนฉายแววที่พีเอสวี

   ดอนเยลล์ มาเลนถูกพีเอสวี ไอน์โฮเฟ่นตั้งราคาไว้ที่ไม่ต่ำกว่า50ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าแพงใช่เล่นสำหรับดาวรุ่งที่มีอายุเพียง20ปี ทว่าผลงานของดาวยิงดัตซ์ในช่วงหลังก็บาดหูบาดตาทีมดังทั้งหลายในยุโรป เมื่อมาเลนยิงคนเดียว5ประตูในเกมที่พีเอสวีเอาชนะวิเทสส์5-0 ซึ่งเป็นการทำลายสถิติการยิงประตูมากที่สุดในแม็ตซ์เดียวของลีกฮอลล์แลนด์ในรอบ55ปี จนทำให้ดาวยิงวัย20กะรัตถูกโรนัลด์ คูมันน์เรียกตัวมารับใช้ทัพกังหัน(ทีมชาติฮอลล์แลนด์)ไปเป็นที่เรียบร้อยแถมยังสามารถเบิกสกอร์แรกในนามทีมชาติได้แล้วอีกต่างหาก

    แต่เดิมดอนเยลล์ มาเลนได้ฝึกทักษะตั้งแต่เด็กกับอะคาเดมี่ของอาร์แจ็ก อัมสเตอร์ดัม ก่อนจะถูกอาร์เซนนอลคว้าตัวไปบ่มฝีเท้าต่อในปี2015 ภายหลังจากใช้ชีวิตที่ลอนดอนอยู่สองปีเจ้าตัวก็ไม่อาจพิสูจน์ตัวเองกับทีมปืนใหญ่ได้จนถูกขายเลหลังให้กับพีเอสวี ไอน์โฮเฟ่นด้วยค่าตัวเพียง500,000ปอนด์เท่านั้น และภายหลังจากได้รับโอกาสดันขึ้นทีมชุดใหญ่ของพีเอสวีในปี2017 ดอนเยลล์ มาเลนก็ตอบแทนต้นสังกัดด้วยผลงานการทำสกอร์20ประตูจากการลงเล่นไปแล้ว58เกม

สิงห์

   แฟรงค์ แลมพาดประเดิมพาเชลซีลงเล่นในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกอย่างไม่ค่อยสวยนักเมื่อต้องปราชัยคาบ้านต่อบาเลนเซียไป0-1 โดยจุดวิพากษ์วิจารณ์จากเกมนี้คือเชลซีมีโอกาสที่จะตีเสมอได้จากลูกจุดโทษ แต่ทว่ารอส บาร์คลี่กลับยิงข้ามคานไปเสียดื้อๆ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นทั้งวิลเลี่ยน และจอร์จินโญ่ต่างขอรับอาสาที่จะสังหารจุดโทษเอง แต่ต่างก็โดนปฏิเสธ โดยบาร์คลี่อ้างความชอบธรรมในฐานะที่ตนเป็นคนที่แลมพาดแต่งตั้งให้เป็นมือหนึ่งในการยิงลูกจุดโทษ

วิลเลี่ยนปกป้องรุ่นน้องของพลาดกันได้เชื่อ สิงห์ ยังเข้ารอบได้

  หลังแม็ตซ์ดังกล่าววิลเลี่ยนดาวเตะรุ่นพี่ก็ได้ออกมาให้กำลังใจรอส บาร์คลี่ว่าไม่ต้องคิดมากกับการพลาดเป้าในการยิงลูกจุดโทษครั้งนี้ “ ก่อนอื่นเลยเราทุกคนไม่อยากแพ้ บาร์คลี่ก็เช่นกัน ฉะนั้นผมเชื่อว่าเค้าก็พยายามอย่างเต็มที่แล้วในทุกจังหวะของเกม แต่นี่คือฟุตบอลที่ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ ทั้งการเฉลิมฉลองและข้อผิดพลาดมันเป็นสิ่งที่นักฟุตบอลต้องเจอซ้ำไปซ้ำมา ฉะนั้นผมอยากให้มันผ่านพ้นไปสำหรับเรื่องนี้ บาร์คลี่ไม่จำเป็นต้องรู้สึกแบกความพ่ายแพ้ไว้คนเดียว เราแพ้ด้วยกันทั้งทีม แล้วเราก็พร้อมที่จะฉุดรั้งกันและกันให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง ”

   “ ใช่ จอร์จินโญ่ก็อยากยิง ผมเองก็อยากยิง มันมีการพูดคุยกันเล็กน้อย แต่ในเมื่อรอสบอกว่าเค้ามั่นใจ และโค้ชก็ระบุให้เค้าเป็นดาบแรก เราทุกคนก็พร้อมยอมรับ ด้วยความสัจจริงการอาสายิงจุดโทษมันต้องอาศัยความกล้าหาญอย่างมากนะ และผมก็ไม่เคยสงสัยในตัวรอส เค้ายังหนุ่มมีหัวใจที่มุ่งมั่น จริงอยู่รอสยิงพลาด แต่มันไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร นั่นรวมถึงก็ไม่แน่ว่าถ้าผมได้ยิงเอง หรือจอร์จินโญ่ได้ยิงเราจะไม่พลาด ดังนั้นเราจะไม่พูดว่ามันเป็นความผิดพลาดรายบุคคล ”

     “ แน่นอนเราลงสนามเพื่อชัยชนะ แต่ในเมื่อเกมจบไปแล้ว เราจะไม่มัวฟูมฟายกับมัน เรายังมองโลกในแง่ดียังเหลือเกมให้เล่นอีกห้าเกม และเชลซียังมีโอกาสเข้ารอบ มันแค่ไม่ใช่งานง่ายแต่ไม่ได้แปลว่ามันเป็นไปไม่ได้ เราเพียงต้องทำงานกันหนักขึ้นและรวมแรงร่วมใจกันกลับมาเก็บแต้มหลังจากนี้ให้ได้เยอะที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ” ดาวเตะวัย31กะรัตกล่าวถึงความหวังในการเข้ารอบ ซึ่งแฟรงค์ แลมพาดยังต้องทำการบ้านอย่างหนักเนื่องจากพวกเค้าอยู่ในกลุ่มเอชที่มีทั้ง อาร์แจ็ก อัมเตอร์ดัม,บาเลนเซีย และลีลล์ที่ต่างก็เป็นทีมที่แข็งแกร่งและไม่อาจประมาทได้เลยซักทีม

ยูเวนตุส

    แม้ว่าสถานะซีซั่นที่แล้วของกอนซาโล่ อิกัวอินกับยูเวนตุสนั้นจะไม่ค่อยสู้ดี เมื่อถูกปล่อยให้ทั้งเชลซี และมิลานยืมตัวไปใช้งาน ทว่าเมื่อเมาริซิโอ ซารี่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกุนซือคนใหม่ของยูเวนตุส กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ก็กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของทีมอีกครั้ง โดยได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทั้งสองนัดแล้วยังใส่ชื่อทำสกอร์ในเกมที่เอาชนะนาโปลีได้อีกด้วย(ยูเวนตุสชนะนาโปลี4-3)จนทำให้อิกัวอินเริ่มมีความมั่นใจพร้อมประกาศก้องว่าเค้ายังมีพอที่จะลงเล่นให้กับทีมแชมป์กัลโช่ เซเรียอาต่อไป

   “ ผมเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ปีที่แล้วผมถูกมิลานยืมตัวไปผมก็เล่นเต็มที่ ปีนี้ผมกลับมาอยู่กับยูเว่ผมก็ยังเต็มที่เหมือนเดิมนั่นละ ที่เชลซี และมิลานผมไม่ค่อยได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ แม้ผมจะยิงประตูได้มากแต่ผมรู้ตัวว่ามันยังดีไม่พอ และตอนนี้เมื่อผมได้กลับมาตูรินอีกครั้ง โค้ชวางใจให้ผมได้ลงเล่นเป็นตัวจริง มันยอดเยี่ยมมากๆ ผมกำลังรู้สึกมั่นใจขึ้นเรื่อยๆหลังจากทำประตูได้แล้ว ผมรู้ได้เลยว่าถ้าผมได้ลงเล่นสม่ำเสมอแบบนี้ผมจะยิงประตูให้ยูเว่ได้เป็นกอบเป็นกำอย่างแน่นอน ” หัวหอกวัย31กะรัตกล่าวอย่างมีหวัง

อิกัวอินหวานช่วงโดนยืมตัวฝันถึงวันกลับมาเล่นให้ ยูเวนตุส ทุกวัน

    แม้จะได้ลงเล่นอย่างจำกัดจำเขี่ยทั้งกับเชลซี14นัด และมิลายอีก15นัด แต่กอนซาโล่ อิกัวอินก็ยังทำประตูได้รวมกันกึง11ประตู ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้เมาริซิโอ ซารี่กุนซือใหม่ของไอ้ม้าลายให้โอกาสเจ้าตัวได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง “ การได้ทำงานกับโค้ชใหม่(ซารี่)มันก็มีข้อดีนะ มันเติมความกระหายให้คุณ คุณต้องตื่นตัวมากกว่าเดิม ยูเวนตุสเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ ฉะนั้นเมื่อได้รับโอกาสคุณต้องแสดงให้เห็นว่าคุณดีพอ ” เจ้าของเสื้อหมายเลข21เผยถึงความมุ่งมั่น

    ” ตอนนี้ผมกำลังโฟกัสไปถึงเกมกับฟิออเรนติน่า ซึ่งผมยังเชื่อมั่นว่าหากผมได้เป็นตัวจริงต่อผมจะช่วยให้ยูเว่ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการอย่างแน่นอน ” อิกัวอินที่ซัดให้ยูเวนตุสไปแล้ว56ประตูหมายใจที่จะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงกับยูเวนตุสต่อไป เนื่องจากในปี2016 ที่เจ้าตัวนั้น แม็ตซ์แรกที่อิกัวอินลงเล่นให้ยูเวนตุสนั้นก็เป็นการดวลกับคู่แข่งอย่างฟิออเรนติน่านั่นเง

ลิเวอร์พูล

   ลิเวอร์พูลในช่วงสองปีให้หลังมานี้พวกเค้าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะสามประสานในแนวรุกโมฮัมเหม็ด ซาล่า,ซาดิโอ มาเน่ และโรแบโต้ ฟีร์มิโน่ที่สร้างความหวาดวิตกให้กับแนวรับฝ่ายตรงข้ามอยู่เสมอ ซึ่งแฟนบอลส่วนใหญ่อาจจะมองมาเน่ และซาล่าคืออาวุธหนักของทีมโดยหารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วโรแบโต้ ฟีร์มิโน่ต่างหากที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในเกมรุกของลิเวอร์พูล

   อดีตผู้เล่นลิเวอร์พูล อดัม บ็อกดานที่เคยอยู่ในแคมป์ฝึกซ้อมเดียวกับทั้งฟีร์มิโน่,มาเน่ และซาล่าได้บอกเล่ากับนักข่าวว่าฟีร์มิโน่ทำได้อย่างดีเยี่ยมในการซ้อมทุกๆครั้ง “ นักฟุตบอลแต่ละคนก็จะมีนิสัยที่ต่างกันไป บางคนจะขี้เกียจซ้อมแต่พอลงสนามจริงก็ทำได้ดีกว่าที่ซ้อมเหมือนออมแรงไว้ก่อนไปเอาจริงหลัง ในขณะที่บางคนซ้อมเต็มร้อยตลอดแต่พอลงเล่นจริงๆเหมือนจะดร็อบลงไปเหมือนเค้าใส่เต็มตอนซ้อมไปจนหมดแรงแล้ว แต่สำหรับฟีร์มิโน่นี่แตกต่างออกไปเค้าซ้อมได้ดีกว่าเพื่อนๆ แถมเวลาลงสนามเค้ากลับทำได้ดียิ่งกว่า นี่คือมาตรฐานที่เค้าแสดงออกตั้งแต่ย้ายเล่นกับลิเวอร์พูล ”

บ็อกดานชี้คล็อปป์&ฟีร์มิโน่คือนายบ่าวที่รู้ใจช่วย ลิเวอร์พูล ได้เฮ

   อดัม บ็อกดานประตูสำรองที่ย้ายมาแอนฟิลด์ช่วงเวลาไล่เลี่ยกันกับฟีร์มิโน่ได้เปิดเผยอีกว่าที่ฟีร์มิโน่ได้ดิบได้ดีกับลิเวอร์พูลก็มีผลมาจากการที่เจอร์เกน คล็อปป์ให้ความเชื่อมั่นกับสตาร์บราซิลแบบเต็มขั้น “ ฟีร์มิโน่ย้ายมาจากบุนเดสลีก้าซึ่งคล็อปป์ก็เคยเห็นผลงานของเค้ามาก่อน การได้ร่วมงานกันของเค้าทั้งสองมันก็เหมือนกับคู่รักได้มาเจอกัน มันคลิ๊กกันในแทบทันที บางคนอาจจะคิดว่าซาล่า หรือมาเน่ที่เป็นหัวใจสำคัญในเกมรุก แต่ที่จริงแล้วการเล่นของฟีร์มิโน่ต่างหากที่ทำให้เพื่อนร่วมทีมเล่นง่ายจนทั้งคู่โดดเด่นขึ้นมา ”

   ฟีร์มิโน่ลงเล่นให้ลิเวอร์พูลในซีซั่นใหม่ไปแล้ว6นัดยิงได้2ประตู และทำทางอีก3แอตซิสต์เรียกได้ว่าฟอร์มกำลังเข้าฝักเลยก็ว่าได้ “ ในการซ้อมพวกเราทุกคนต่างยอมรับว่าฟีร์มิโน่นั้นทำได้วิเศษสุดๆ แต่เมื่อไปเล่นในเกมจริงสิ่งที่เค้าทำกลับยิ่งน่าทึ่งกว่า ไอที่คนอื่นเรียกว่าพีกในพีกนั่นละที่คู่ควรกับฟีร์มิโน่ ยิ่งในเวลานี้เค้ากำลังมั่นใจสุดๆ มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหยุดเค้า เพราะบางครั้งที่คุณบีบให้เค้าต้องเล่นยากเค้าก็จะพลิกหาช่องทำทางให้เพื่อนได้เล่นต่ออย่างเหลือเชื่อ ” เจ้าของผลงานการเฝ้าเสา6นัดในซีซั่น2015/16กล่าวถึงฟีร์มิโน่อย่างชื่นชม

ปีศาจแดง

   ทั้งที่เปิดฤดูกาลอย่างสวยหรูด้วยการยำเชลซีถึง4-0แต่ทว่าหลังจากนั้นปีศาจแดงก็ยังไม่ประสบชัยชนะอีกเลย โดยเฉพาะเกมหลังสุดที่พวกเค้าไม่สามารถชนะแม้กระทั่งทีมที่เหลือผู้เล่นเพียงแค่สิบคนอย่างเซาร์แธมป์ตันได้ ก็ยิ่งทำให้คำติติงจากเหล่าพลพรรคเรดอาร์มี่เริ่มเซ็งแซ่ขึ้นมา

   ร้อนให้แฮรี่ แม็คไกวร์กองหลังตัวเก่งต้องออกมากระตุ้นเพื่อนให้ฮึดกลับมาสู้กับเกมที่เหลือ ทั้งยังเชื่อว่าแมนยูยังมีโอกาสที่จะเก็บคะแนนเพื่อลุ้นท็อปโฟว์ แม้ว่าในเวลานี้พวกเจ้าจะโดนจ่าฝูงลิเวอร์พูลทิ้งห่างไปถึง7คะแนนก็ตาม(แมนยูรั้งอันดับ8มี5คะแนน) “ ยูไนเต็ดเป็นทีมที่ใครๆก็อยากได้แต้มจากเรา นั่นทำให้มันไม่มีอะไรง่ายแต่คาแรกเตอร์ของยูไนเต็ดนั้นไม่เคยยอมแพ้อยู่แล้ว ฉะนั้นตอนนี้มันเพิ่งเริ่มต้น ยังเร็วเกินไปที่จะบอกได้ว่าเราจะไปแค่ไหน ขอแค่เราโฟกัสในสิ่งที่เราทำได้และทำมันให้ลุล่วงแบบนัดต่อนัด ”

แม็คไกวร์กร้าวต้องกล้าเล่นกล้าลุยหากยากใส่เสื้อ ปีศาจแดง

   แมนยูทำแต้มหลุดมือจากสามเกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีกถึง7แต้ม ด้วยการเสมอวูฟแฮมป์ตัน1-1(ป็อกบายิงจุดโทษไม่เข้า),แพ้คริสตัลพาเลซ1-2(โดนยิงนาทีสุดท้าย) และเสมอเซาร์แธมป์ตัน1-1 ซึ่งกองหลังดีกรีทีมชาติอังกฤษมองว่าแมนยูต้องดึงอารมณ์กลับมาให้ได้จบอันดับที่สูงกว่านี้ “ เราเริ่มเกมกันได้ดี มีการเคลื่อนที่กันอย่างเข้าขาแต่เราไม่สามารถรักษาสกอร์นำไว้ได้ นั่นคือปัญหา ผู้ชนะคือต้องเอาให้อยู่มันไม่ใช่การหาคนผิดผู้เล่นทุกคนล้วนมีส่วนทั้งนั้น ”

   “ การเล่นให้ยูไนเต็ดคือการเล่นเหมือนม้า คุณต้องคึกคักตลอดเวลา วิ่งไม่หยุด และที่ขาดไม่ได้คือความมั่นใจ ต้องเล่นเสี่ยงกันบ้าง เราต้องมั่นใจว่าเราคุมเกมได้ การห่วงหน้าพะวงหลังมันทำให้เราเสียแต้ม เราทุกคนต้องปรับจูนอารมณ์กันใหม่ คู่แข่งมีความเกรงให้เราเป็นทุนอยู่แล้ว มันเป็นแต้มต่อที่เราต้องชิงใช้ประโยชน์ให้ได้ ” กองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลกลูกหนังยุคนี้กล่าวปลุกเร้าทีม

   อนึ่งเวลานี้ความกดดันของโอเล่ กุนน่า โซลชานายใหญ่อสูรแดงชักจะรุนแรงขึ้นทุกที โดยมีแฟนบอลเชลซีจำนวนไม่น้อยที่เข้ามาแซวว่าทั้งที่เอาชนะอย่างขาดลอยไปเมื่อนัดแรก ทว่าปัจจุบันเชลซีทำแต้มไล่มาเท่ากับปีศาจแดงแล้ว ทว่าอันดับยังต่ำกว่าเนื่องจากเป็นรองประตูได้เสียเท่านั้นเอง

เปเป้

   การประกาศคว้าตัวนิโกล่า เปเป้ของอาร์เซนอลนั้นเป็นดีลที่สร้างความฮือฮาอย่างมากของตลาดแลกเปลี่ยนผู้เล่นในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เนื่องจากปีกชาวไอเวอร์รี่ โคสต์ทำผลงานอย่างโดดเด่นในลีกเอิง ด้วยลีลาการลากเลื้อยที่ป่วนฝ่ายตรงข้ามชนิดหัวทิ่มหัวตำ อีกทั้งการจบสกอร์ก็ยังไว้ใจได้เมื่อเค้ายิงไปถึง23ประตูจากการลงสนาม41เกมกับลีลล์เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา กลายเป็นผู้เล่นที่ได้รับความสนใจจากทีมชั้นนำของยุโรปไม่ว่าจะเป็นนาโปลี,ลิเวอร์พูล และแมนยู

   และภายหลังจากการลงเล่นให้อาร์เซนอลไปเพียง153นาที แบบยังไม่มีแอตซิสต์หรือประตู เปเป้ก็ได้สร้างสถิติที่น่าสนใจขึ้นมาเป็นเกียรติประวัติส่วนตัว นั่นก็คือเค้ากลายเป็นผู้เล่นที่สามารถเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งได้เยอะสุดในพรีเมียร์ที่จำนวน11ครั้ง ทั้งที่เพิ่งจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกแค่นัดเดียว และที่สำคัญจำนวน7ครั้งที่เลี้ยงผ่านคู่แข่งมาได้แบบสดๆร้อนๆเป็นการเอาชนะแนวรับของลิเวอร์พูล ทีมที่มีสถิติเกมรับที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา

เรดแน็ปป์ยังงง เปเป้ ป่วนแนวรับลิเวอร์พูลหัวปั่นในเกมล่าสุด

   ผลงานที่อาร์เซนอลบุกไปพ่ายลิเวอร์พูล1-3นั่น แม้ในแง่สกอร์การแข่งขันจะเป็นที่น่าชื่นใจ แต่ในรายละเอียดการเล่นแล้วแท้ที่จริงแล้วลิเวอร์พูลโดนลบเหลี่ยมในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นการหยุดสถิติหินผาของเฟอร์กิล ฟาน ไดค์ที่ไม่ปล่อยให้ใครเลี้ยงบอลผ่านได้เลยมา50เกมซึ่งก็โดนนิโกล่า เปเป้นี่ละที่ฉีกกระชากทำลายลงไปเป็นที่เรียบร้อย “ เอาตรงๆแม้แต่ผู้เล่นของแมนซิตี้คู่แข่งที่ผมคิดว่าสมน้ำสมเนื้อกับลิเวอร์พูล ก็ยังไม่มีใครที่จะเล่นงานแอนดรูส์ โรเบิร์ตสันและฟาน ไดค์ได้เสียเชิงขนาดนี้นะ ผมว่าเปเป้กำลังอันตรายขึ้นเรื่อยๆ เค้ากำลังปรับตัวฉะนั้นผมคงพูดกันได้เต็มปากว่านี่ยังไม่ใช่เปเป้เวอชั่นที่ดีที่สุด แล้วถ้าวันไหนที่เค้าปรับตัวกับอาร์เซนอลได้แล้วละ อะไรจะเกิดขึ้น? ” เจที่ เรดแน็ปป์อดีตมิดฟิลด์ของลิเวอร์พูลได้วิเคราะห์ไว้อย่างน่าสนใจหลังจบแม็ตซ์

   ซึ่งแฟนบอลอาร์เซนอลคงเสียดายแทนเปเป้อยู่เหมือนกัน เนื่องจากในเกมกับลิเวอร์พูลเจ้าตัวมีโอกาสที่พังสกอร์แรกในพรีเมียร์ลีกอยู่เหมือนกัน(ปั่นโค้งเฉี่ยวสามเหลี่ยม,ลากเดี่ยวๆไปยิงติดเซฟ) อ่านมาถึงตรงนี้คุณคิดเหมือนผมไหม? เปเป้กำลังทำให้หลายคนนึกถึงเค้า…ผู้เล่นอาร์เซนอลผู้สร้างความหวาดหวั่นให้กองหลังฝั่งตรงข้าม ชายที่ชื่อว่า เธียรี่ อองรี!

ซารี่

   ด้วยผลงานการนำสิงห์บลูชูถ้วยยูโรป้าลีกอย่างยิ่งใหญ่ ทำให้เมาริซิโอ้ ซารี่ถูกยูเวนตุสทีมดีกรีแชมป์แดนรองเท้าบูทดึงตัวมาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ แทนที่มักซิมิเรียโน่ อัลเรกรีที่ประกาศวางมือ ทว่าเมื่อใกล้จะถึงแม็ตซ์เปิดฤดูกาลกุนซือความหวังใหม่อย่างซารี่กลับมีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับปอดจนไม่อาจคุมลูกทีมลงซ้อมได้ โดยหลังผ่านการวินิจฉัยแล้วทีมแพทย์ยืนยันให้เทรนเนอร์วัย60ปีจะต้องพักรักษาตัวซักระยะซึ่งนั่นจะทำให้โอกาสลงคุมที่อย่างเป็นทางการของซารี่จะต้องถูกเลื่อนออกไปอีกราวสองสัปดาห์เป็นอย่างน้อย

ยูเวนตุสไม่เร่งบอก ซารี่ เอาสุขภาพไว้ก่อนเรื่องฟุตบอลยังรอได้

   แชมป์กัลโช่ เซเรียอา6สมัยหลังสุดได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวถึงอาการป่วยในครั้งนี้ “ ซารี่อยู่ในความปลอดภัยแล้วแต่ยังคงต้องรับการตรวจอย่าต่อเนื่อง ซึ่งยูเวนตุสก็ยินดีที่จะช่วยเหลือเค้าในทุกๆด้าน เราอยากให้ซารี่ทำใจให้สบายเพื่อทำการรักษาอย่างเต็มรูปแบบ เราอยากให้เค้าปลอดภัย ซึ่งจากการประเมินของทีมแพทย์ ซารี่จะยังไม่ได้อยู่คุมทีมข้างสนามในเกมกับปาม่าและนาโปลี ” โดยยูเวนตุสยังได้สั่งห้ามไม่ให้ซารี่งดสูบบุหรี่เป็นเด็ดขาดทันทีที่ตรวจพบปัญหาสุขภาพในครั้งนี้

   โดยเมาริซิโอ้ ซารี่ถูกตรวจพบว่ามีอาการปอดติดเชื้อจนต้องพักรักษาตัวอย่างกะทันหัน และจำต้องยกภารกิจการคุมทีมให้กับผู้ช่วยและทีมงานสตาฟเป็นการชั่วคราว ซึ่งการที่ไม่มีกุนซือใหญ่ในสนามครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อผลงานของทีมโดยตรง จนแฟนบอลส่วนใหญ่เริ่มเป็นกังวัลว่าทีมดังแห่งตูรินจะไม่สามารถป้องกันแชมป์ได้ เนื่องจากผลงานในช่วงปรีซีซั่นก็ดูไม่ค่อยสดใสนัก(ชนะ1/เสมอ1/แพ้2)

    ยูเวนตุสมีการเสริมทัพฤดูกาลใหม่อย่างน่าสนใจ เมื่อพวกเค้าได้ตัวอารอน แรมซี่ย์,อาเดรียน ราบิโอต์,เมรีห์ เดมิราล,จิอานลุยจิ บุฟฟ่อน และมัทไธส์ เดอ ลิกท์ จนทำให้แฟนบอลเบียงโคเนรี่คาดหวังจะได้เห็นนักเตะเหล่านี้ลงเล่นภายใต้การคุมทีมของผู้จัดการทีมคนใหม่อย่างเมาริซิโอ้ ซารี่ ทว่าดูเหมือนความฝันนี้มีอันต้องรอเก้อต่อไปจากการล้มป่วยอย่างไม่คาดฝันของกุนซือคนดัง ทั้งนี้ซารี่จัดเป็นผู้จัดการทีมที่มักจะถูกจับภาพได้ขณะสูบบุหรี่อยู่เป็นประจำ และพฤติกรรมนี้เองที่เป็นสาเหตุของอาการปอดติดเชื้อในครั้งนี้

แมนยู

   แม้จะเริ่มต้นซีซั่นได้อย่างน่าประทับใจด้วยการไล่ยำเชลซีไปแบบหมดรูป4-0 ทว่านัดต่อมาแมนยู ก็พลาดท่าเสมอวูล์ฟแธมป์ตันไปอย่างน่าเสีย 1-1 จนชวดโอกาสที่จะแซงลิเวอร์พูลขึ้นไปเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก ซึ่งนักเตะอาวุโสของปีศาจแดงอย่างพอล ปาร์คเกอร์ได้ออกมาวิเคราะห์ถึงปัญหาในพื้นที่ฟูลแบ็คฝั่งซ้ายของแมนยู ที่ดูเหมือนจะไม่สามารถสร้างประโยชน์ให้กับทีมได้เลยไม่ว่าจะเป็นในแง่เกมรุกหรือรับก็ตาม

ปาร์คเกอร์พุ่งเป้าลุคชอร์อ้วนเชื่องช้าไม่เหมาะกับบอลสไตล์ แมนยู

   พอล ปาร์คเกอร์ผู้เคยลงเล่นให้แมนยูในตำแหน่งแบ็คขวา(ยุคก่อนแกรี่ เนวิลล์)ได้วิเคราะห์ผลงานของทีมรักไว้อย่างน่าสนใจ “ เดิมทีผมไม่ชอบที่มูรินโญ่พูดถึงลุค ชอร์ เค้าอายุยังน้อยและเพิ่งได้รับบาดเจ็บรุนแรง แต่ผู้จัดการทีมกลับไม่ช่วยเหลือใดๆเค้าเลย ยิ่งพอเปลี่ยนผู้จัดการทีมเป็นโซลชา ผมยังเชื่อว่าชอร์จะมีโอกาสพิสูจน์ฝีเท้าและคำสบประมาทจากที่แล้วมา ”

   “ แต่วันนี้ผมว่าชอร์ปล่อยเนื้อปล่อยตัว ใช่ตัวเค้าหนาขึ้นแต่มันไม่ใช่การการมีกล้าเนื้อที่แข็งแกร่ง มันแค่อ้วนขึ้น เค้าเชื่องช้า ความคล่องตัวก็หายไป เค้าไม่สามารถเติมเกมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เค้าทำตัวเองให้ต่ำลงจนผมเริ่มคิดว่ามูรินโญ่พูดถูก ชอร์กำลังกลายเป็นจุดอ่อนของแมนยู ” ฟูลแบ็ครุ่นนี้กล่าวโจมตีแบ็คซ้ายวัย24ปี

   “ ชอร์เล่นฟุตบอลแบบโบราณ พื้นที่ฟูลแบ็คในยุคนี้คุณต้องมีพลังอันล้นเหลือ เติมเกมได้ตั้งรับดี คุณดูแอนดรู โรเบิร์ตสันของลิเวอร์พูลซิ แต่สำหรับชอร์เค้าไม่มีการเลี้ยงผ่านคู่แข่งเลย เค้าเล่นบอลทื่อ ได้แต่วิ่งไล่บอลไปมา ใช่มันอาจไม่ขี้เหล่ แต่สำหรับผมมันยังดีไม่พอสำหรับยูไนเต็ด ซึ่งมูรินโญ่พูดถูกว่าเกมกับเชลซีนั้นบ่อยครั้งแฮรี่ แม็คไกวร์ต้องเข้ามาช่วย ” ปารคเกอร์บ่นอย่างหัวเสีย

   ลุค ชอร์ที่ปัจจุบันรับผิดชอบพื้นที่แบ็คซ้ายในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดนั้นดูอ้วนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องนับแต่เปลี่ยนกุนซือมาเป็นโอเล่ กุนน่า โซลชา  โดยแบ๊คซ้ายเลือดผู้ดีมีสัญญากับปีศาจแดงถึงปี2023 ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในผลงานของเหล่ากูรูลูกหนังแต่อดีตเด็กปั้นนักบุญก็ยังคงเป็นนักเตะที่โซลาถือหางต่อไป โดยแบ็คซ้ายทีติดทีมชาติอังกฤษมาแล้ว8นัด ลงเล่นในยูนิฟอร์มปีศาจแดงไปแล้วทั้งหมด107เกมและเพิ่งประเดิมยิงประตูแรกได้เมื่อซีซั่นที่ผ่านมาในเกมกับเลสเตอร์ ซิตี้