หงส์เเดง อั้นงบไว้เซ็นเอ็มปั๊ปเป้สื่อเผย200ล้านปอนด์ก็พร้อมจ่าย

หงส์เเดง

     สาวกเดอะค็อปคงทราบกันดีว่าเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมาลิเวอร์พูลก็แทบจะไม่ได้จ่ายเงินเสริมทัพเท่าไหร่นัก ซึ่งแท้ที่จริงแล้วทั้งหมดเป็นหมากที่เจอร์เกน คล็อปป์วางไว้นั่นคือเค้าต้องการรวบรวมงบประมาณให้เป็นก้อนใหญ่แล้วเซ็นสัญญากับนักเตะระดับบิ๊กดีลเพียงรายเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ คีลิยัน เอ็มปั๊ปเป้ หัวหอกตัวเก่งของปารีส แซงต์ แชร์กแมงนั่นเอง

     คีลิยัน เอ็มปั๊ปเป้ ได้รับความสนใจจากทีมอย่างรีล มาดริด และบาเซโลน่ามาโดยตลอด ทว่าแหล่งข่าวในอังกฤษระบุว่ายักษ์ใหญ่แห่งแดนกระทิงคงยังไม่มีปัญญาที่จะเซ็นดาวยิงวัย20กะรัตในช่วงเดือนมกราคมนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากต่างสูญเงินกับการเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์ไปแล้ว ทำให้ไม่อาจรับข้อเสนอที่มีมูลค่ามากกว่า200ล้านปอนด์ของเอ็มปั๊ปเป้ได้ ต่างกับลิเวอร์พูลที่ดูเหมือนจะอั้นงบประมาณไว้สำหรับดีลนี้โดยเฉพาะ

     ร่ำลือกันว่าลิเวอร์พูลพร้อมยื่นเม็ดเงิน215ล้านปอนด์ให้กับเปเอสเชพิจารณาทันทีในช่วงเดือนมกราคม เนื่องจากเจอร์เกน คล็อปป์ต้องการตัวเอ็มปั๊ปเป้มาช่วยกรุยทางคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกให้จงได้นั่นเอง

คล็อปป์ยัน หงส์เเดง สนใจปั๊ปเป้แต่ต้องตัดใจเพราะไม่มีตังค์

      คีลิยัน เอ็มปั๊ปเป้ก้าวขึ้นมาจากทีมเยาวชนของโมนาโกและคว้าแชมป์ลีกเอิง(กับโมนาโก)ได้ตั้งอายุเพียง16ปีเท่านั้น ก่อนจะย้ายมายกระดับฝีเท้ากับปารีส แซงต์ แชร์กแมงจนทำให้เจ้าตัวมีสถิติยิงรวมกัน69ประตูทำทาง36แอสซิสต์จากการลงเล่นไปเพียง98เกม จากผลงานดังกล่าวก็ทำให้ลิเวอร์พูลกลายเป็นอีกทีมที่อยากได้ตัวมาร่วมทีม

       “ ไม่มีผู้จัดการทีมคนไหนไม่อยากร่วมงานกับเค้าหรอก เค้าคือเด็กมหัศจรรย์ ผมเองเป็นหนึ่งในนั้นแน่นอน เค้าจะช่วยยกระดับการเล่นให้กับทุกทีมที่ย้ายไปอย่างไม่ต้องสงสัย แต่…เราต้องอยู่กับความจริง เม็ดเงินระดับ200ล้านปอนด์มันห่างไกลความเป็นไปได้สำหรับลิเวอร์พูล ผมไม่คิดว่าเราจะได้เซ็นสัญญากับเค้า ”

      เจอร์เกน คล็อปป์ยังได้บอกอีกว่าสนนราคาดังกล่าวไม่ใช่เพียงลิเวอร์พูลเท่านั้นเค้ายังมองไม่เห็นเลยว่าจะมีสโมสรไหนที่จะทำการเจรจาดีลนี้กับทีมแชมป์ลีกเอิงได้ “ ผมคิดว่ามันเป็นราคาที่ตั้งไว้เพื่อไล่ทีมที่สนใจให้หนีหายออกไป มันไม่ใช่แค่เราหรอกที่ต้องเดินหนี ผมว่าทีมอื่นๆก็คงไม่ต่างกัน สำหรับตลาดช่วงหน้าหนาวเม็ดเงินระดับนี้มีไว้ลองใจว่าคุณกล้าพอไหมละ? ถ้ากล้าพอเราก็มาคุยกัน ”